ก่อนที่คนอื่นจะทันเอ่ยปาก คนของสำนักเสวียนหยางก็รีบตะโกนใส่ไป๋อิงอย่างร้อนรน “ไป๋อิง! หากรู้จักกาลเทศะ ก็รีบส่งเพลิงหยินสุดขั้วซึ่งเป็นสมบัติล้ำค่าของสำนักข้ามาเสีย มิฉะนั้น ข้าจะทำให้เจ้าตายอย่างไร้ศพ!”
ระหว่างกล่าว ดวงตาของพวกเขาแต่ละคนเปล่งประกายชั่วร้าย แววตานั้นราวกับต้องการฉีกไป๋อิงเป็นชิ้น ๆ ทั้งกลืนกินและถลกหนังนางออกมา
ก่อนหน้านี้สำนักเสวียนหยางสูญเสียศิษย์สาวกไปมากมายเพราะหญ้าวิญญาณ ตอนนี้ทั้งสำนักจึงบอบช้ำจนพลังถดถอยอย่างหนัก
พวกเขาหวาดเกรงอานุภาพของหญ้าวิญญาณ ไม่กล้ายั่วโทสะมันโดยง่าย จึงหันมาเล็งเป้าไป๋อิงแทน
เมื่อรู้ว่าไป๋อิงถึงกับใช้เพลิงหยินสุดขั้วขณะต่อสู้กับผู้บำเพ็ญตระกูลโม่ คนกลุ่มนี้ก็พลันยินดีลิงโลด
อย่างไรเสีย นั่นก็หมายความว่าเพลิงหยินสุดขั้วยังคงอยู่บนโลก พวกเขาย่อมร้อนใจจนแทบทนไม่ไหว อยากชิงมันกลับสำนักเดี๋ยวนี้
ในกลุ่มคนเหล่านี้ยังมีชายหนุ่มผู้หนึ่ง ดูแล้วอายุเพิ่งยี่สิบต้น ๆ เพียงแรกเห็นไป๋อิง ใบหน้าของเขาก็เผยความมั่นใจว่าต้องได้ครอบครอง ราวกับไป๋อิงกลายเป็นของในกำมือเขาไปแล้ว จากนั้นเขาก็แลบลิ้นเลียอากาศไปทางไป๋อิงอย่างไร้ยางอาย แววตาเต็มไปด้วยความละโมบและความปรารถนา
ดวงตาทั้งคู่ของไป๋อิงหรี่ลง พลันฉายประกายเย็นเยียบ ใบหน้าเต็มไปด้วยความรังเกียจ ก่อนจะฟาดปราณกระบี่อันดุดันไปยังชายหนุ่มผู้นั้น ชายหนุ่มตอบสนองว่องไวราววานร พลิกกายกระโจนหลบการโจมตีอันเฉียบคมได้อย่างง่ายดาย
