ไป๋อิงพยายามนึกทบทวนรายละเอียดของค่ายกลสังหารอย่างสุดกำลัง ตอนนี้นางอยู่ไม่ไกลจากค่ายกลสังหารแห่งนั้นนัก
เพียงข้ามเขาลูกหนึ่งไปก็จะถึงแล้ว
แต่ค่ายกลสังหารนั้นเป็นสิ่งที่ไป๋อิงเคยพบเจอในชาติก่อน รายละเอียดภายในจึงเลือนรางไปบ้าง อีกทั้งนางไม่เคยศึกษาค่ายกลนั้นอย่างจริงจัง หากต้องการเปิดใช้งานค่ายกลสังหารย่อมต้องใช้เวลาอยู่บ้าง
หากมีเวลาให้นางศึกษาอีกสักหน่อยก็คงดี นางมั่นใจว่าจะสังหารคนกลุ่มนี้ให้หมดได้!
ไป๋อิงจ้องคนกลุ่มตรงหน้าเขม็ง สมองขบคิดอย่างรวดเร็ว สิ่งที่นางต้องทำในตอนนี้คือหนีออกจากที่นี่ แล้วล่อพวกเขาทั้งหมดไปยังค่ายกลสังหารแห่งนั้น
ไม่ว่าอย่างไร ลองดูก่อนก็แล้วกัน
ประกายเย็นเยียบวาบผ่านดวงตาไป๋อิง ร่างของนางพุ่งทะยานราวสายฟ้าเข้าใส่จุดที่มีคนเฝ้าอยู่น้อย มือเรียวสะบัดเบา ๆ เพลิงหยินสุดขั้วสีน้ำเงินเข้มในฝ่ามือพลุ่งพล่านขึ้นอย่างรุนแรง เหล่าคนที่ประจำการอยู่ตรงนั้นเห็นเพียงแสงสีน้ำเงินวาบขึ้นตรงหน้า ยังไม่ทันได้ตอบสนอง เปลวเพลิงอันน่าสะพรึงก็โหมเข้าปกคลุมแล้ว
ชั่วพริบตา ความร้อนระอุแผ่ซัดไปทั่วดุจคลื่นคลั่ง ท่ามกลางเสียงกรีดร้อง คนเหล่านั้นถูกเปลวเพลิงกลืนกินในทันที กลายเป็นเถ้าถ่านปลิวกระจาย ละลายหายไปในฟ้าดิน
ไป๋อิงไม่คิดหยุดฝีเท้าแม้แต่น้อย ความเร็วของนางยิ่งเพิ่มขึ้น ชายแขนเสื้อสะบัดพึ่บพั่บตามแรงลม ราวกับลำแสงสีน้ำเงินพุ่งฉีกห้วงนภา
ทว่าในตอนที่ล่อไป๋อิงมายังที่แห่งนี้ ฉินหัวเจินเหรินได้นำยอดฝีมือจำนวนหนึ่งมาวางค่ายกลอย่างพิถีพิถัน เพื่อกักขังไป๋อิงโดยเฉพาะ ค่ายกลนี้ซ่อนกลไกและความลึกลับไว้มากมาย ทันทีที่เหยียบย่างเข้าไปก็ราวกับตกลงในปลักโคลน ยากจะหลุดพ้น
