นิ้วเรียวของไป๋ตี๋วางลงบนไหล่ประมุขตระกูลไป๋อย่างแผ่วเบา ท่วงท่านั้นดูนอบน้อมราวกับผู้เยาว์กำลังประคองผู้อาวุโส
ทว่าในชั่วพริบตาถัดมา เล็บของนางกลับยืดยาวขึ้นสามชุ่น กลายเป็นมีดสั้นคมกริบห้าเล่ม แทงทะลุกระดูกสะบักของประมุขอย่างแรง
“เจ้า...” หนวดเคราขาวของประมุขสั่นระริก ดวงตาขุ่นมัวเบิกกว้างในทันใด เขาคิดจะโคจรพลังวิญญาณเพื่อต่อต้าน แต่กลับพบด้วยความหวาดผวาว่าพลังวิญญาณในร่างกำลังไหลทะลักออกมาอย่างบ้าคลั่ง ราวกับเขื่อนแตก ผ่านนิ้วทั้งห้าของนาง
“ท่านประมุขอย่ากลัวไปเลย” ไป๋ตี๋เอียงศีรษะ เผยรอยยิ้มไร้เดียงสา “อีกไม่นานก็ไม่เจ็บแล้ว”
ฝ่ามือของนางเปล่งแสงสีดำประหลาด ลวดลายสีเลือดเส้นแล้วเส้นเล่าค่อย ๆ แผ่ขยายจากจุดสัมผัส ไม่นานก็ปกคลุมทั่วร่างประมุข ผิวหนังของชายชราเหี่ยวแห้งลงด้วยความเร็วที่มองเห็นได้ ใบหน้าที่เคยอิ่มเอิบพลันเต็มไปด้วยริ้วรอย ราวกับเปลือกไม้ที่ถูกรีดน้ำจนหมด
“วิชาของเผ่ามาร...” ประมุขเค้นคำเหล่านั้นออกมาจากไรฟัน น้ำเสียงแหบพร่าจนแทบฟังไม่เป็นภาษา “เจ้า...ถึงกับฝึกฝน...วิชามารเช่นนี้...”
ไป๋ตี๋หัวเราะเบา ๆ แล้วโน้มตัวเข้าใกล้หูชายชรา “เพิ่งรู้กันหรือ? พลังบำเพ็ญของผู้อาวุโสใหญ่ก็ถูกข้าสูบจนหมดเช่นนี้เหมือนกันนะ”
ขณะกล่าว นางพลันออกแรง ร่างประมุขกระตุกอย่างรุนแรง พลังวิญญาณบริสุทธิ์เส้นแล้วเส้นเล่าถูกกระชากออกมาตามเส้นชีพจร ก่อตัวเป็นสายริ้วระยิบระยับกลางอากาศ ก่อนจะถูกไป๋ตี๋ดูดกลืนเข้าไปในร่างอย่างละโมบ
ภายในถุงเก็บของ โจวอิ่งมองเห็นภาพนี้ผ่านช่องแคบ ๆ ร่างทั้งร่างของนางราวกับถูกฟ้าผ่า นางทุบผนังถุงอย่างบ้าคลั่ง ร้องไห้ตะโกนจนเสียงแหบพร่า “หยุดนะ! ไป๋ตี๋! หยุดเดี๋ยวนี้!”
