กล่าวจบ ไป๋ตี๋ก็หันหลังมุ่งหน้าไปยังเขตบรรพชนของตระกูลไป๋ ทุกย่างก้าวที่นางเหยียบลงบนพื้น พลันปรากฏระลอกคลื่นสีเลือดแผ่กระจายอย่างน่าพิศวง
แผ่นหลังสูงใหญ่ของไป๋เยี่ยนเฟิงทอดเงายาวเหยียดอยู่ใต้แสงจันทร์ ทว่าเงานั้นกลับบิดเบี้ยวผิดรูป ราง ๆ คล้ายเห็นเงาร่างเด็กสาวกำลังแยกเขี้ยวกางเล็บ
ไป๋ตี๋กระดิกปลายนิ้ว หมอกดำสองสายก็พุ่งม้วนโจวอิ่งกับไป๋อิงขึ้นมา ก่อนเก็บทั้งคู่เข้าไปในถุงเก็บของทันที
“ท่านแม่ อย่ามองข้าเช่นนั้นสิ” นางหัวเราะเบา ๆ น้ำเสียงสนิทสนมชวนขนลุก “ท่านไม่รักข้าที่สุดหรอกหรือ? เหตุใดยามนี้กลับมองข้าด้วยสายตาเช่นนี้เล่า?”
ภายในถุงเก็บของ โจวอิ่งทรุดนั่งอยู่ในความมืด ดวงตาว่างเปล่า ริมฝีปากสั่นระริก พึมพำกับตนเองว่า “เหตุใดจึงเป็นเช่นนี้...เป็นไปได้อย่างไร...”
เสี่ยวตี๋ของนาง ลูกสาวที่เคยเรียกนางว่า “ท่านแม่” ด้วยน้ำเสียงหวานใสอยู่เสมอ เหตุใดจึงกลายเป็นสัตว์ประหลาดเลือดเย็นไร้หัวใจเช่นนี้ไปได้?
นางสังหารบุตรชายที่โจวอิ่งรักที่สุด ทั้งยังสูบพลังวิญญาณของสามีจนหมดสิ้น กลายเป็นคนที่นางไม่รู้จักอีกต่อไป...
โจวอิ่งยกมือปิดหน้าร่ำไห้อย่างเจ็บปวด เมื่อนึกถึงวิญญาณของไป๋เยี่ยนเฟิงที่สูญสลายไปอย่างสิ้นเชิงแล้ว หัวใจก็พลันเจ็บแปลบประหนึ่งถูกทิ่มแทง!
