สาวใช้ด้านนอกประตูเอ่ยต่อด้วยความหวาดหวั่น “นายท่านบอกว่า หากคุณหนูไม่ไป...ก็...”
“ก็อะไร?” เซี่ยอวี่เวยเอ่ยถามเสียงแหลม
“ก็จะลงโทษตามกฎตระกูลเจ้าค่ะ อีกทั้งยังบอกให้คุณหนูขอโทษคุณหนูเซี่ยชิงไต้ด้วยความจริงใจ...”
รูม่านตาของเซี่ยอวี่เวยหดวูบ ปลายนิ้วสั่นเทาอย่างควบคุมไม่อยู่ นางคว้าข้อมือสาวใช้ไว้ทันที แรงบีบแทบทำให้กระดูกแหลก “เจ้าว่าอะไรนะ? ขอโทษ!”
สาวใช้เจ็บจนหน้าซีด แต่ไม่กล้าสะบัดมือหนี “นายท่านบอกว่าคุณหนูต้องแสดงความจริงใจอย่างที่สุด ขอให้คุณหนูชิงไต้อภัยเจ้าค่ะ!”
เล็บของเซี่ยอวี่เวยจิกฝ่ามือจนลึก ความเจ็บแปลบยังเทียบไม่ได้กับความเกลียดชังที่พลุ่งพล่านในใจ
“นังสารเลว!”
นางจ้องตนเองในคันฉ่องทองแดง ก่อนพลันหัวเราะเย็นชา
“ดี...มาถึงที่ก็ดี...” นางค่อย ๆ ซุกยาพิษลงในถุงหอมที่พกติดกาย จากนั้นหยิบชาดทาปากบนโต๊ะแต่งหน้า ค่อย ๆ แต่งเติมเครื่องประทินโฉมที่เลอะคราบน้ำตา “ประหยัดแรงข้า ไม่ต้องคิดหาทางไปหาเจ้าเอง...”
เมื่อผลักประตูห้องออกมา บนใบหน้าของนางก็มีรอยยิ้มงดงามไร้ที่ติแล้ว ทว่าดวงตาคู่นั้นยังคงเย็นเยียบประหนึ่งคมมีดอาบยาพิษ
“นำทางไป” นางเชิดคาง ท่วงท่าสง่างามราวกับกำลังจะไปร่วมงานเลี้ยงใหญ่
ระหว่างเดินผ่านระเบียง เซี่ยอวี่เวยเหลือบเห็นบ่าวไพร่ในจวนกำลังเร่งจัดเตรียมห้องให้เซี่ยชิงไต้ สาวใช้หลายคนกำลังวุ่นวายขนย้ายเครื่องเรือนล้ำค่าไปยังโถงรับรอง
