เซี่ยหมิงเต๋อราวกับถูกฟ้าผ่า เขาเบิกตากว้างอย่างไม่อยากเชื่อ “อวี่เวยชอบผ้าแพรพรรณ เครื่องประดับอัญมณี เจ้าจำได้ขึ้นใจ ทั้งยังจัดงานวันเกิดให้นางอย่างเอิกเกริกทุกปี แต่ชิงไต้เป็นลูกแท้ ๆ ของเจ้านะ! เจ้าไม่รู้แม้กระทั่งว่านางชอบอะไรอย่างนั้นหรือ?”
ฮูหยินเซี่ยชะงักไปชั่วขณะ สำหรับลูกสาวแท้ ๆ คนนี้ นางไม่รู้อะไรเลยจริง ๆ
“ข้า...ข้าก็เคยคิดจะดีกับนาง...” ฮูหยินเซี่ยพึมพำกับตนเอง เสียงแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน
ในช่วงแรก นางเคยสั่งให้บ่าวไพร่เตรียมเสื้อผ้าชุดใหม่ให้เซี่ยชิงไต้ และจัดที่พักให้นางจริง ๆ
แต่ทุกครั้งเซี่ยอวี่เวยจะร้องไห้วิ่งมาฟ้อง บอกว่าพี่สาวแย่งของของนาง บอกว่าพี่สาวรังแกนาง นานวันเข้า นางจึงหมดความอดทนต่อลูกสาวแท้ ๆ คนนี้ไปโดยสิ้นเชิง
“ล้วนเป็นเพราะเด็กคนนั้นไม่รู้ความ...” ฮูหยินเซี่ยแก้ตัวตามสัญชาตญาณ ทว่าพลันตระหนักได้ว่า...นางไม่เคยคิดทำความเข้าใจลูกสาวคนนี้ด้วยตนเองเลยสักครั้ง
“เจ้ายังมีหน้ามาพูดอีกหรือ!” เซี่ยหมิงเต๋อโกรธจัด ลุกขึ้นตบโต๊ะดังปัง “แม้แต่ลูกสาวตัวเองชอบอะไรยังไม่รู้ เจ้ายังสมควรเป็นมารดาคนหรือ?”
เสียงตวาดนั้นทำให้ฮูหยินเซี่ยได้สติ นางรีบโต้กลับทันควัน “เจ้ามีหน้ามาว่าข้าหรือ? ตัวเจ้าเองก็ไม่รู้เหมือนกันไม่ใช่หรือ! อีกอย่าง เด็กคนนั้นจะมีความสามารถอะไรได้? ผู้อาวุโสแห่งสำนักเสวียนเทียนอะไรกัน เจ้าเสียสติไปแล้วหรือ?”
