“เพียะ!”
แส้แรกฟาดลง เสียงกรีดร้องของเซี่ยอวี่เวยก็ดังก้องจนแทบฉีกหลังคา
ฮูหยินเซี่ยทรุดนั่งบนเก้าอี้ น้ำตาไหลพรากดุจสายฝน แต่ไม่กล้าวิงวอนขอความเมตตาอีก นางเพียงกำมือแน่น สีหน้าเจ็บปวดอย่างยิ่ง
ไป๋อิงนับจำนวนแส้
เมื่อครบสามสิบแส้ เซี่ยอวี่เวยก็ร่วงลงกับพื้นราวกับตุ๊กตาผ้าขาดวิ่น ปลายนิ้วยังคงเกร็งกระตุกจิกพื้นไว้
เซี่ยหมิงเต๋อเช็ดมือ ก่อนหันมายิ้มฝืน ๆ ให้ไป๋อิง
“ชิงไต้ คราวนี้พอใจหรือยัง?”
ไป๋อิงไม่ตอบ
นางมองสาวใช้ที่ประคองเซี่ยอวี่เวยขึ้นมาอย่างหวาดหวั่น มอง “น้องสาว” ผู้เคยวางอำนาจบาตรใหญ่ ค่อย ๆ ยกถ้วยชาที่เพิ่งชงขึ้นมาด้วยมือสั่นเทาแล้วเดินเข้ามา
“พี่...พี่หญิง เชิญดื่มชาเจ้าค่ะ...”
ใบหน้าเซี่ยอวี่เวยเปื้อนคราบน้ำตา ทว่าไป๋อิงกลับมองเห็นชัดเจนว่า—
ใต้แพขนตาที่หลุบต่ำ แววอาฆาตกลับยิ่งทวีความรุนแรงกว่าเดิม
ไป๋อิงยิ้ม
นางค่อย ๆ ยกมือขึ้นรับถ้วยชา
น้ำชาอุ่นกำลังดี แต่ก้นถ้วยมีผงบางเบาจนแทบมองไม่เห็นตกตะกอนอยู่ชั้นหนึ่ง ไร้สีไร้กลิ่น ทว่ามากพอจะล่อปีศาจอสูรที่ร้ายกาจอย่างยิ่งให้มาหา
—กลิ่นเหมือนกับที่ติดอยู่บนกายเซี่ยชิงไต้ทุกประการ
ไป๋อิงเคยได้ยินเสี่ยวเถาเล่าว่า ตอนนั้นเซี่ยชิงไต้กระตือรือร้นอย่างยิ่งตอนออกจากบ้าน นางบอกว่าจะไปชมดอกถานฮวา
หลังจากนั้นนางก็ไม่ได้กลับมาอีกเลย
ตอนนั้นเสี่ยวเถาถามว่านางจะไปกับใคร เซี่ยชิงไต้ไม่ได้บอก บัดนี้ดูท่าแล้วคงไปกับเซี่ยอวี่เวย
