“ไป๋อิง...”
ฉินจื่อจินแทบไม่อยากเชื่อ
ศิษย์น้องหญิงตัวน้อยที่เขาทะนุถนอมที่สุดผลักเขาลงนรก ส่วนไป๋อิงที่เขาคอยใส่ร้ายครั้งแล้วครั้งเล่า กลับปรากฏตัวขึ้นช่วยเขาในยามคับขันที่สุด!
ฉินจื่อจินตัวสั่นเทาไปทั้งร่าง ส่วนหวังฉีดูตื่นเต้นอย่างเห็นได้ชัด เขาตะโกนเรียกไป๋อิงว่า “ศิษย์น้อง เจ้ามาช่วยพวกเราแล้ว!”
ไป๋อิงพยักหน้าให้เขา ก่อนเอ่ยว่า “พวกเจ้าไปหาที่หลบข้าง ๆ ก่อน”
หวังเมี่ยวเมี่ยวเอ่ยกับไป๋อิงอย่างตื่นเต้นเช่นกันว่า “ขอบคุณนะศิษย์น้อง เจ้าใจดีเหลือเกิน!”
ก่อนหน้านี้หวังเมี่ยวเมี่ยวไม่ชอบไป๋อิงนัก เพราะหวังฉีเอ่ยชมอีกฝ่ายเกินจริง ทว่าหลังจากเห็นกับตาว่าไป๋อิงเลื่อนขั้นจากช่วงต้นของขั้นสร้างฐานไปถึงช่วงปลายของขั้นแก่นทองได้ในพริบตา นางก็ยอมศิโรราบอย่างหมดใจ
บัดนี้เมื่อเห็นไป๋อิงปรากฏกายเบื้องหน้าราวเทพสวรรค์เสด็จลงมา หวังเมี่ยวเมี่ยวก็กลายเป็นผู้เลื่อมใสอีกฝ่ายอย่างรวดเร็วไม่ต่างจากหวังฉี
เพื่อไม่ให้ขัดขวางไป๋อิงในการจัดการปีศาจอสูร นางรีบดึงฉินจื่อจินให้หลบไปพร้อมพวกตน
แต่ฉินจื่อจินกลับไม่เข้าใจเลยว่าเหตุใดหวังฉีและหวังเมี่ยวเมี่ยวจึงตื่นเต้นเมื่อเห็นไป๋อิง
“ไป๋อิงอยู่แค่ช่วงต้นของขั้นสร้างฐาน ยังไม่แข็งแกร่งเท่าพวกเรา นางมาที่นี่ก็เท่ากับมารนหาที่ตาย”
หวังฉีเหลือบมองเขาอย่างเย็นชา “ในที่สุดข้าก็เข้าใจแล้วว่าเหตุใดไป๋อิงถึงออกจากสำนักฮวาหยาง”
ฉินจื่อจินงุนงง “หมายความว่าอย่างไร?”
“จะหมายความว่าอย่างไรได้อีก?”
