ผู้บำเพ็ญขั้นหลอมสุญตาคนนั้นคิดว่าเพียงเอ่ยปาก ไป๋อิงก็ต้องคุกเข่าลงกับพื้น แล้วส่งผลหลิงซีแห่งความโกลาหลให้เขาแต่โดยดี
ทว่าเรื่องที่เขาคาดไม่ถึงคือ ไป๋อิงไม่เพียงไม่ยอมคุกเข่า ในดวงตาของนางยังฉายแววฮึกเหิมอยากต่อสู้อีกด้วย
ก่อนหน้านี้ไป๋อิงเคยประมือกับยอดฝีมือขั้นหลอมสุญตามาแล้ว ประสบการณ์ครั้งนั้นทำให้นางได้เห็นพลังอันน่าสะพรึงกลัวของผู้แข็งแกร่งขั้นหลอมสุญตา จนแทบไม่มีแรงต่อต้านแม้แต่น้อย
อีกฝ่ายเพียงโจมตีส่ง ๆ ก็ราวกับฟ้าถล่มดินทลาย ส่วนนางเมื่ออยู่ต่อหน้าเขาก็เล็กจ้อยไม่ต่างจากมดปลวก
แท้จริงแล้ว ต่อให้เป็นผู้บำเพ็ญขั้นแปรเทพขั้นสมบูรณ์ที่เพิ่งก้าวเข้าสู่ขั้นหลอมสุญตาได้เพียงขาเดียว นางก็ยังตัดแขนของเขาได้ในกระบวนท่าเดียว ทว่าก็เป็นเพราะอาศัยจังหวะที่อีกฝ่ายไม่ทันระวัง หากต้องประมือกันซึ่งหน้า เกรงว่านางคงต้องใช้พลังของจี้หยกคลุ้มคลั่ง ดูดพลังวิญญาณทั้งหมดในร่างออกมาในคราวเดียว จึงจะมีโอกาสเอาชนะเขาได้
ผู้บำเพ็ญขั้นหลอมสุญตาที่อยู่ตรงหน้าคนนี้ ไป๋อิงรู้ดีว่านางไม่มีทางเอาชนะเขาได้ ทว่านางอยากรู้อย่างยิ่งว่า ด้วยพลังในตอนนี้ นางจะต้านทานได้ถึงระดับใด
เส้นทางแห่งการบำเพ็ญเซียนคือการท้าทายตนเองและก้าวข้ามขีดจำกัดอยู่เสมอ แม้รู้ว่าเป็นไปไม่ได้ก็ยังลงมือ นี่แหละคือวิถีบำเพ็ญของนาง
