ไป๋อิงเงยหน้าขึ้น มองไปยังทิศทางของเสียงนั้น แล้วก็เห็นฉีฮ่าวหยวนแห่งสำนักหลิงอิ่นพาศิษย์หลายคนมาด้วย ทั้งยังมีผู้บำเพ็ญขั้นแปรเทพทั้งเจ็ดคนที่นางเคยสยบไว้ก่อนหน้านี้มาด้วยกัน
ผู้บำเพ็ญขั้นแปรเทพทั้งเจ็ดมีสีหน้าซับซ้อน โลหิตวิญญาณของพวกเขาอยู่ในมือไป๋อิง หากนางตาย พวกเขาก็ต้องวิญญาณแตกสลายตามไปด้วย จึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องมา
ฉีฮ่าวหยวนร้อนใจดั่งไฟเผา เร่งฝีเท้าเดินไปหาผู้บำเพ็ญขั้นแปรเทพผู้นั้นอย่างรวดเร็ว
“ผู้อาวุโส นางเป็นศิษย์สำนักหลิงอิ่นของข้า ขอผู้อาวุโสโปรดละเว้นนางด้วย หากผู้อาวุโสต้องการผลหลิงซีแห่งความโกลาหล ข้าจะให้นางนำออกมาให้”
น้ำเสียงของฉีฮ่าวหยวนเต็มไปด้วยความร้อนรน สั่นเครือเล็กน้อย
เขารู้ดีว่าสถานการณ์คับขันเพียงใด ไป๋อิงคงยังไม่รู้ว่าอันตรายที่ซ่อนอยู่ในสถานที่แห่งนี้ร้ายแรงเกินกว่าจะจินตนาการ
ไม่เพียงผู้บำเพ็ญขั้นหลอมสุญตาตรงหน้าจะจ้องเขม็งอย่างละโมบ รอบด้านยังมีผู้แข็งแกร่งขั้นหลอมสุญตาซ่อนตัวดูเรื่องสนุกอยู่อีกหลายคน และยังมีอีกไม่น้อยกำลังมุ่งหน้ามาทางนี้
ผลหลิงซีแห่งความโกลาหลเป็นสิ่งเรียกหาความตาย เขาต้องรีบให้ไป๋อิงยกมันให้ผู้อื่นโดยเร็ว
แต่ไป๋อิงยังไม่ทันเอ่ยปาก ผู้บำเพ็ญขั้นหลอมสุญตาก็แค่นเสียงเย็นชา แววตาเต็มไปด้วยความดูแคลน แล้วกล่าวว่า
“หากเมื่อครู่นางยอมส่งให้ศิษย์น้องของข้าแต่โดยดี ข้าอาจไว้ชีวิตนางก็ได้ แต่ตอนนี้นางตัดแขนศิษย์น้องข้าข้างหนึ่ง แล้วยังท้าทายข้าอีก ข้าจะปล่อยนางไปได้อย่างไร? อย่างไรเสียฆ่านางแล้ว ผลหลิงซีแห่งความโกลาหลก็ยังเป็นของข้า”
วาจาของผู้บำเพ็ญขั้นหลอมสุญตาหนักประหนึ่งค้อนยักษ์ ทุบลงกลางใจทุกคน สีหน้าฉีฮ่าวหยวนซีดเผือดในพริบตา แววตาที่เคยเปี่ยมความหวังพลันหม่นลง เขาคิดจะเอ่ยขอร้องอีกครั้ง ทว่าผู้บำเพ็ญขั้นหลอมสุญตาหมดความอดทนเสียแล้ว จึงซัดคลื่นฝ่ามือใส่ไป๋อิงทันที
