เพียงประโยคเดียวก็สร้างความฮือฮาราวคลื่นโหมกระหน่ำ ไม่มีใครคาดคิดว่าเด็กสาวที่ดูมีพลังเพียงขั้นทารกแรกกำเนิดผู้นี้ จะกล้าหาญถึงเพียงนี้ กล้าเผชิญหน้ากับยอดฝีมือขั้นแปรเทพขั้นสมบูรณ์ และกล่าววาจาท้าทายอย่างยิ่งเช่นนั้น!
ชั่วขณะนั้น อากาศโดยรอบราวกับแข็งค้าง ทุกคนเบิกตากว้าง แววตาเต็มไปด้วยความเหลือเชื่อ
เด็กสาวผู้นี้สมองมีปัญหาหรือไร? นางมองไม่เห็นหรือว่าคนที่ยืนอยู่ตรงข้ามเป็นใคร?
นั่นคือยอดฝีมือขั้นแปรเทพขั้นสมบูรณ์ ผู้ที่อยู่ห่างจากขั้นหลอมสุญตาเพียงก้าวเดียวเชียวนะ!
พลังบำเพ็ญของเขาลึกล้ำยากหยั่งถึง ช่องว่างระหว่างเขากับนางราวฟ้ากับเหวที่มิอาจข้ามพ้น ในสายตาของทุกคน การกระทำของไป๋อิงไม่ต่างจากการประเมินกำลังตนสูงเกินไป ช่างโง่เขลาสิ้นดี
ผู้บำเพ็ญขั้นแปรเทพขั้นสมบูรณ์ผู้นั้นบัดนี้เดือดดาลจนถึงขีดสุด
“เด็กไม่รู้จักที่ตายอย่างเจ้า กล้ามากำเริบเสิบสานต่อหน้าข้า วันนี้ข้าจะทำให้เจ้ารู้จักความร้ายกาจ!”
สิ้นเสียง แขนกำยำของเขาก็พุ่งเข้าหาไป๋อิงราวสายฟ้าสีดำ
ในสายตาของเขา ไป๋อิงเป็นเพียงมดปลวกตัวจ้อย แค่บีบเบา ๆ ก็ทำให้นางแหลกเป็นผุยผงได้ เมื่อต้องเผชิญหน้ากับคนตัวเล็กจ้อยเช่นนี้ เขาถึงกับไม่คิดใช้ของวิเศษด้วยซ้ำ มั่นใจว่าเพียงตบฝ่ามือเดียวก็สังหารไป๋อิงได้อย่างง่ายดาย
ทว่าในเสี้ยววินาทีคับขัน ไป๋อิงกลับไม่หวาดหวั่นแม้แต่น้อย กระบี่ในมือนางถูกชักออกจากฝัก ราวมังกรเจียวทะยานออกจากถ้ำ คมกระบี่วาววับด้วยแสงเย็นเยียบ แผ่กลิ่นอายอันเย็นยะเยือก
“ยังไม่รู้เลยว่าใครกันแน่ที่จะต้องเจอดี!”
ชั่วพริบตา ฟ้าดินแปรเปลี่ยนสี ท้องนภาที่เดิมแจ่มใสกลับมืดครึ้มด้วยเมฆดำ ทะมึนคลุ้มคลั่งราวฝูงม้านับหมื่นควบตะบึงเข้ามา ในเวลาเดียวกัน เพลิงหยินสุดขั้วก็ลุกโชน เปลวไฟสีน้ำเงินอมม่วงนั้นดูราวกับมาจากขุมนรกชั้นเก้า สายฟ้ากับเพลิงหยินสุดขั้วประสานกัน พุ่งไปตามปราณกระบี่ของไป๋อิง โหมซัดใส่ผู้บำเพ็ญขั้นแปรเทพผู้นั้นประหนึ่งคลื่นยักษ์ถล่มภูผา
