ไป๋อิงไม่คิดว่าผู้อาวุโสฉีจะเอ่ยถึงสามีภรรยาคู่นั้น จึงชะงักไปเล็กน้อย
ดีกับนางหรือ?
ในใจไป๋อิงพลันมีแววเย้ยหยันตนเอง นางไม่ค่อยอยากพูดถึงพวกเขา จึงจงใจเปลี่ยนเรื่องว่า “ผู้อาวุโสฉี ข้านำค้อนผ่ามิติแห่งความโกลาหลกลับมาแล้ว ทางเข้าแดนมายานั้นจะซ่อมแซมเสร็จเมื่อใดหรือ?”
เมื่อฉีฮ่าวหยวนเห็นค้อนผ่ามิติแห่งความโกลาหล ดวงตาก็เป็นประกายขึ้นมาทันที
ค้อนเล่มนี้ดูธรรมดา ทว่าเป็นศาสตราเซียนอย่างแท้จริง ทั้งยังเป็นของวิเศษที่ประมุขตระกูลไป๋ครอบครองในอดีต น่าเสียดายที่ภายหลังตระกูลไป๋ประสบเคราะห์ครั้งใหญ่ ผู้บำเพ็ญที่มีพลังสูงส่งล้วนตกตายกันหมด จึงไม่มีผู้ใดสามารถใช้พลังของศาสตราเซียนชิ้นนี้ได้อีก
เขามองค้อนผ่ามิติแห่งความโกลาหล แล้วกล่าวช้า ๆ ว่า
“มีของวิเศษชิ้นนี้ อีกไม่เกินหนึ่งวัน ข้าก็ซ่อมทางเข้าแดนมายาได้แล้ว”
—
ฉีฮ่าวหยวนลงมือรวดเร็วดังคาด ตอนที่เขาซ่อมทางเข้าแดนมายาเสร็จ ดวงอาทิตย์ยังไม่ทันลับขอบฟ้า
“ในที่สุดก็ได้แล้ว”
ดวงตาของไป๋อิงเป็นประกาย สิ่งที่นางต้องการที่สุดในตอนนี้คือเวลา ในแดนมายาแห่งนี้ หนึ่งปีเท่ากับหนึ่งร้อยปีภายนอก นางย่อมแทบทนรอไม่ไหว อยากเข้าไปข้างในเดี๋ยวนี้
ฉีฮ่าวหยวนเห็นท่าทางของไป๋อิงก็รู้ว่านางรอไม่ไหวแล้ว
“เข้าไปเถิด”
ไป๋อิงรีบพยักหน้า ก่อนจะได้ยินฉีฮ่าวหยวนกล่าวต่อว่า “แต่ในแดนมายาอยู่ได้เพียงหนึ่งปี พอครบกำหนด เจ้าจะถูกส่งออกมาเอง จงใช้เวลาให้คุ้มค่า”
ไป๋อิงขานรับเบา ๆ แล้วก้าวฉับ ๆ เข้าไปในแดนมายา
—
แดนมายาที่ว่านี้ แท้จริงแล้วก็ไม่ต่างจากสถานที่เงียบสงบที่ผู้บำเพ็ญทั่วไปเลือกใช้ปิดด่านนัก เพียงแต่กระแสเวลาแตกต่างกัน
