ชั่วพริบตานั้น พลังชีวิตอันยิ่งใหญ่สายหนึ่งพลันทะลักออกจากร่างเจินเหรินทิงหลาน ราวกับคลื่นมหาสมุทร
พลังชีวิตเข้มข้นถึงเพียงนั้น ถึงกับควบแน่นเป็นหมอกวิญญาณสีเขียวที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่าภายในตำหนัก ปกคลุมรอบกายเจินเหรินทิงหลานในระยะสามจั้งจนมิด
"กร๊อบ"
เสียงกระดูกลั่นดังชัดเจน แผ่นหลังที่ค้อมงอมานานปีของเจินเหรินทิงหลานพลันเหยียดตรงขึ้นฉับพลัน ดุจต้นสนเขียวขจี
นิ้วมือที่เดิมผอมแห้งราวกิ่งไม้กลับอวบอิ่มและเปี่ยมกำลัง เล็บมีสีชมพูระเรื่ออย่างคนสุขภาพดี ริ้วรอยสลับซับซ้อนบนใบหน้าราวกับถูกฝ่ามือไร้รูปคลึงให้เรียบเนียน ผิวหนังที่หย่อนคล้อยกลับมากระชับและยืดหยุ่นอีกครั้ง ที่น่าตื่นตะลึงที่สุดคือเส้นผมขาวโพลนดุจน้ำค้างแข็ง เริ่มเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทจากโคนผมด้วยความเร็วที่เห็นได้ด้วยตาเปล่า เพียงพริบตาก็กลับคืนสู่สีดำขลับเมื่อครั้งวัยฉกรรจ์
"นี่...นี่มัน..." แส้ปัดฝุ่นไม้จื่อถานพันปีในมือผู้อาวุโสห้าร่วงลงพื้น ด้ามแส้ซึ่งสลักจากหยกวิญญาณชั้นเลิศถึงกับแตกละเอียด
เขาไม่รู้ตัวแม้แต่น้อย เพียงจ้องเขม็งไปยังดวงตาที่กลับมาแจ่มใสของเจินเหรินทิงหลาน ดวงตาเฒ่าซึ่งเมื่อครู่ยังขุ่นมัวราวถูกฝุ่นจับ บัดนี้กลับสุกสกาวดุจดวงดาว ในรูม่านตายังมีลายเต๋าสีเขียวไหลเวียนเลือนราง
ทั่วทั้งตำหนักใหญ่ตกอยู่ในความเงียบงันราวกับความตาย เว่ยจี้อ้าปากค้างจนแทบกรามหลุด ผู้อาวุโสสามชะงักค้างอยู่ในท่าก้าวเดิน แม้แต่ชายเสื้อที่สะบัดพลิ้วก็ยังหยุดนิ่ง
