ขณะนี้ ไป๋อิงได้ย่างเข้าสู่ประตูสำนักเสวียนเทียนพร้อมกับเจินเหรินทิงหลานและเว่ยจี้แล้ว
ค่ายกลพิทักษ์ภูเขาเปิดใช้งานเต็มกำลัง เมฆหมอกลอยคลุ้ง ยอดเขาทั้ง 72 ลูกปรากฏเลือนราง เสียงกระเรียนวิญญาณร้องกังวานสะท้อนไปทั่วหุบเขา
เจินเหรินทิงหลานจัดถ้ำพำนักแห่งหนึ่งบนยอดเขาชีเสียให้นางด้วยตนเอง บันไดทำจากหยกขาว รั้วทำจากไผ่ม่วง พลังวิญญาณเข้มข้นจนแทบจับต้องได้
“สหายน้อยไป๋” เขาลูบเครายาว พลางกล่าวยิ้ม ๆ “หากเจ้ายินดี ตำแหน่งผู้อาวุโสของสำนักเสวียนเทียนยังว่างพร้อมต้อนรับเจ้าเสมอ”
ไป๋อิงมองป้ายคำสั่งของสำนักหลิงเซียวที่อยู่ในญาณของตน ก่อนเอ่ยเสียงเบาว่า “เจินเหรินเมตตาข้าแล้ว เพียงแต่...” นางเล่าถึงสำนักที่ตนสังกัดอยู่และความแค้นลึกราวทะเลโลหิตอย่างช้า ๆ “เกรงว่าข้าคงเข้าร่วมสำนักอื่นไม่ได้อีกแล้ว”
เจินเหรินทิงหลานได้ยินดังนั้นก็ถอนหายใจยาว ศิษย์ผู้มีพรสวรรค์โดดเด่นเช่นนี้ เขาจะไม่หมายปองได้อย่างไร? แต่เมื่อเห็นสีหน้าหนักแน่นของไป๋อิง ก็ได้แต่ยอมรามือ การได้ผูกไมตรีกับบุคคลเช่นนี้ นับเป็นวาสนาของสำนักเสวียนเทียนแล้ว
“เจินเหริน” ไป๋อิงหยิบขวดหยกขาวสามใบออกมาอย่างกะทันหัน ตัวขวดใสกระจ่าง มองเห็นแสงรุ้งเจ็ดสีไหลเวียนอยู่ภายในเลือนราง “ที่จริงข้าอยู่ในประตูสำริดมานาน 100 ปี จึงสามารถพัฒนาขึ้นได้ในเวลาอันสั้น ช่วง 100 ปีนี้ข้าใช้ทรัพย์สินที่สะสมมาจนหมด แม้ของเหล่านี้จะมีไม่มาก...แต่เป็นน้ำใจเล็กน้อย...”
ยามเจินเหรินทิงหลานรับขวดหยกมา ตัวขวดเย็นเล็กน้อย ทันทีที่เปิดจุกหยกเขียว กลิ่นโอสถเรียบง่ายก็ลอยฟุ้งออกมา เขารู้สึกฉงนอยู่บ้าง เพราะนี่เป็นกลิ่นของยาเพิ่มพลังปราณระดับพื้นฐานที่สุดชัด ๆ
