หวังชิวสือกำลังดื่มด่ำกับความภาคภูมิใจของตน จู่ ๆ ก็สะดุ้งสุดตัวเพราะเสียงกรีดร้องที่ดังขึ้นกะทันหัน เขาขมวดคิ้ว มองชายหน้ากระเป็นด้วยสีหน้าไม่พอใจ “เจ้าคลุ้มคลั่งอะไรขึ้นมา? ร้องเอะอะโวยวาย ทำข้าตกใจหมด”
เหล่าผู้บำเพ็ญคนอื่น ๆ ต่างมองมาอย่างไม่พอใจ “อยู่ดี ๆ จะร้องทำไม? ร้องโวยวายเสียขวัญ บรรยากาศดี ๆ พลอยเสียหมด”
ชายหน้ากระตกใจจนพูดจาไม่เป็นคำ มือสั่นระริกพลางชี้ไปด้านหลังของหวังชิวสือ ฟันกระทบกันกึก ๆ “เจ้า... พวกเจ้ารีบดู! มะ...มังกร!”
เสียงของเขาเปี่ยมด้วยความหวาดผวา ราวกับได้เห็นสิ่งที่น่ากลัวที่สุดในใต้หล้า
ทุกคนมองตามทิศที่ชายหน้ากระชี้ไป เพียงชั่วพริบตา ใบหน้าที่ก่อนหน้านี้ยังฉายแววขุ่นเคืองก็พลันซีดเผือดราวกระดาษขาว ประหนึ่งถูกไอเย็นกัดกร่อน ลมหายใจคล้ายถูกมือไร้รูปร่างบีบรัดอย่างแรงจนขาดห้วง ความหวาดกลัวถาโถมดั่งคลื่นยักษ์ โหมซัดกลืนกินพวกเขาอย่างสิ้นเชิง
ความคิดที่ยากจะเชื่อผุดขึ้นในใจของทุกคนอย่างห้ามไม่อยู่ เป็นไปได้อย่างไร! มังกรฉือหลงที่เมื่อครู่ถูกไป๋อิงข่มจนล่าถอยไป เหตุใดจึงกลับมาปรากฏตัวที่นี่อีกครั้งราวภูตผี? ไม่เพียงเท่านั้น จำนวนของพวกมันยังมากกว่าเดิม แถมยังดาหน้าเข้ามาอย่างดุดัน ราวกับจะกวาดล้างพวกเขาทั้งหมดให้สิ้นซาก
ทุกคนยังไม่ทันได้ตอบสนอง แม้แต่ความคิดจะหลบหนีก็เพิ่งผุดขึ้นในหัว มังกรฉือหลงร่างยักษ์ตัวที่นำฝูงก็ส่งเสียงคำรามสะเทือนฟ้าดิน พุ่งทะยานเข้ามาเบื้องหน้าดุจลูกศรหลุดจากคันศร ปากกว้างราวอ่างโลหิตอ้ากว้าง เผยให้เห็นช่องปากสูงกว่าคนเสียอีก วินาทีถัดมา ฟันแหลมคมก็ขย้ำร่างผู้บำเพ็ญชายหน้ากระเข้าเต็มเปา
