ทันทีที่ไป๋อิงเอ่ยจบ เหล่าผู้บำเพ็ญจากสำนักเฮ่ออวิ๋นก็กล่าวอย่างอดรนทนไม่ไหวว่า “ไปก็ไป ใครอยากอยู่ในกลุ่มของเจ้ากัน ราวกับพวกเราอาลัยอาวรณ์นักอย่างนั้นแหละ!”
“ใช่แล้ว! ต่อให้เจ้าเก่งกาจแล้วอย่างไร? ใจแคบถึงเพียงนี้ ต่อให้ระดับบำเพ็ญสูงส่งเพียงใด วันหน้าก็ต้องพลาดท่า ไม่มีทางไปได้ไกลหรอก!”
กล่าวจบ พวกเขาก็ลากหวังชิวสือจากไป
เหล่าผู้บำเพ็ญจากสำนักหลิงอิ่นเห็นภาพนี้เข้า ก็โกรธจนแทบอกระเบิด
“ไป๋อิงอุตส่าห์ช่วยพวกเขาออกมาจากปากปีศาจอสูรอย่างยากลำบาก ตอนนี้กลับแว้งกัด ช่างเป็นพวกเนรคุณจริง ๆ!” หลิงอวี่โกรธจนตัวสั่น นางก้าวพรวดไปข้างหน้า แทบอยากตามไปสั่งสอนพวกไม่รู้จักดีชั่วให้หลาบจำเดี๋ยวนั้น
แต่ขณะที่หลิงอวี่กำลังจะพุ่งออกไป ไป๋อิงก็คว้าแขนนางไว้ พลางส่ายหน้าเบา ๆ “ศิษย์พี่ ไม่ต้องไปสนใจพวกเขา หวังชิวสือแอบใช้โอสถล่อสัตว์ก่อนหน้านี้ กลิ่นยาเข้มข้นติดตัวเขาอยู่ ปีศาจอสูรเหล่านั้นจะยอมปล่อยเขาไปง่าย ๆ ได้อย่างไร อีกไม่นานเขาก็ต้องรับผลกรรมและได้รับโทษที่สมควรได้รับ”
เหล่าผู้บำเพ็ญจากสำนักอื่นฟังคำพูดของไป๋อิงแล้วต่างมองหน้ากัน พวกเขาเองก็ไม่รู้ว่าเรื่องนี้ใครถูกใครผิด บางคนคิดว่าไป๋อิงคงไม่พูดโกหก ขณะที่บางคนคิดว่านางกำลังแก้แค้นส่วนตัว
แต่ทุกคนฉลาดพอที่จะไม่เอ่ยอะไรออกมาแม้แต่คำเดียว เพราะในสถานที่ลับอันตรายยิ่งแห่งนี้ พวกเขารู้ดีที่สุดว่าควรติดตามคนกลุ่มใด ระหว่างเหล่าคนจากสำนักเฮ่ออวิ๋นกับไป๋อิง
