ชายแขนเสื้อของไป๋เยี่ยนเฟิงสะบัดดังพรึ่บกลางสายลม ร่างของเขาพุ่งทะยานประหนึ่งสายฟ้าสีขาวฉีกผืนฟ้า
เขาจงใจชะลอความเร็วลงเล็กน้อย เพื่อให้ไป๋อิงที่ตามหลังมาทัน ทว่าความร้อนรนที่ปกปิดไม่มิดระหว่างคิ้วกลับเผยความคิดในใจออกมา
“ไป๋อิง เร็วเข้าอีกหน่อย! อาการของท่านแม่ไม่ค่อยดี ข้ากลัวว่าหากไปช้า จะเกิดเรื่องไม่ดีกับท่านแม่...”
ไป๋เยี่ยนเฟิงหันกลับมาเร่งเร้า แววตาฉายประกายอำมหิตที่ยากสังเกตเห็นวูบหนึ่ง
ไป๋อิงเดินตามหลังอย่างไม่เร่งร้อน นางกวาดตามองรอบด้านราวกับไม่ใส่ใจ ทว่าแท้จริงแล้วญาณของนางแผ่ขยายออกไปเงียบ ๆ ดุจใยแมงมุม
คลื่นพลังวิญญาณผิดปกติทุกแห่งหนในหุบเขาล้วนไม่อาจรอดพ้นการรับรู้ของนาง—หลังโขดหินทางซ้ายห่างออกไป 300 ก้าว มีผู้บำเพ็ญขั้นแปรเทพซ่อนอยู่สองคน ใต้ลำธารทางขวาซุ่มอยู่อีกสามคน ส่วนที่ไกลออกไปยังมี...
“ที่นี่ซุ่มผู้บำเพ็ญขั้นหลอมสุญตาอย่างน้อยสามคน และผู้บำเพ็ญขั้นแปรเทพอีกสี่สิบกว่าคน”
ริมฝีปากของไป๋อิงขยับเล็กน้อย เสียงแผ่วเบาราวเส้นใยลอยตรงไปถึงหูของเหล่าศิษย์ร่วมสำนักหลิงอิ่นที่ตามหลังมาอย่างแม่นยำ
ฉีฮ่าวหยวนได้ยินดังนั้น รูม่านตาก็หดวูบ มือที่กำกระบี่เผลอกระชับแน่นขึ้น
ยามส่งเสียงผ่านกระแสจิต น้ำเสียงของเขาแฝงโทสะที่ข่มกลั้นไว้
“พี่ชายคนนี้ของเจ้าช่างใจเหี้ยมกับเจ้านัก ถึงกับร่วมมือกับคนมากมายเพื่อสังหารเจ้า ที่เขาล่อเจ้ามาที่นี่ก็เพราะค่ายกลพิทักษ์ภูเขาของสำนักหลิงอิ่นแข็งแกร่งยิ่ง คนพวกนี้ฝ่าเข้ามาไม่ได้ในเวลาอันสั้น จึงได้แต่ใช้แผนการเช่นนี้ แต่พวกเขาคงคิดไม่ถึง ต่อให้ล่อเจ้ามาที่นี่ก็ไร้ประโยชน์ คนที่จะตายกลับเป็นพวกเขาต่างหาก!”
