“ส่วนคุณหนูรองเซี่ยผู้นี้...” แววตาของไป๋อิงเย็นเยียบดุจน้ำค้างแข็ง ปลายนิ้วชี้ตรงไปยังเซี่ยอวี่เวย น้ำเสียงเย็นชาและเฉียบคม “ก็เป็นเพียงตัวปลอมที่ถูกสับเปลี่ยนตัวตั้งแต่เมื่อครั้งนั้นเท่านั้น”
“เจ้าพูดเหลวไหล!” เซี่ยอวี่เวยกรีดร้องขึ้นอย่างแหลมสูง เสียงนั้นแทบแทงทะลุแก้วหู ใบหน้าบิดเบี้ยว ดวงตาแดงก่ำ นางไม่สนใจมารยาทอีกต่อไป พุ่งเข้าใส่ไป๋อิงราวกับคนคลุ้มคลั่ง “นังสารเลว! กล้าใส่ร้ายข้าได้อย่างไร ข้าจะฉีกปากเจ้าเสีย!”
ยามนี้นางยังเหลือความสง่างามของคุณหนูตระกูลใหญ่ตรงไหนอีก?
ผมเผ้ายุ่งเหยิง ปิ่นมุกเอียงกะเท่เร่ ชุดหรูหราถูกนางเหยียบจนยับยู่ยี่ ทั้งตัวดูคลุ้มคลั่งไม่ต่างจากหญิงปากตลาด
ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกะทันหันทำให้ทุกคนในที่นั้นตกตะลึง
สีหน้าของไป๋อิงไม่แปรเปลี่ยน นางเพียงเบี่ยงกายเล็กน้อย เซี่ยอวี่เวยจึงพุ่งพลาดไป ก่อนจะเซถลาไปสองสามก้าวแล้วล้มกระแทกพื้นอย่างแรง ปิ่นทองบนผมร่วงลงพื้นเสียงดังกรุ๊งกริ๊ง สภาพน่าอับอายอย่างยิ่ง
บนบัลลังก์สูง ฮ่องเต้ขมวดพระขนงแน่น พระพักตร์มืดครึ้ม สายพระเนตรกวาดผ่านเซี่ยหมิงเต๋ออย่างเย็นชา รับสั่งด้วยน้ำเสียงทรงอำนาจ “เซี่ยไอ้ชิง เรื่องนี้เป็นมาอย่างไร?”
เซี่ยหมิงเต๋อหน้าซีดเผือด เหงื่อเย็นผุดเต็มหน้าผาก ขาทั้งสองข้างอ่อนแรงจนแทบยืนไม่อยู่ เขาไม่เคยคิดเลยว่าเรื่องนี้จะถูกเปิดโปงต่อหน้าพระพักตร์ฮ่องเต้!
“กระหม่อม... กระหม่อม...” ริมฝีปากของเขาสั่นระริก พูดจาไม่เป็นคำ ในหัวขาวโพลน
ในใจเซี่ยหมิงเต๋อเกลียดชังเซี่ยชิงไต้เข้ากระดูกดำมานานแล้ว
นังสารเลวนั่น ใครจะคิดว่านางกล้าทำเรื่องเช่นนี้ กล้าเอาเรื่องไปกราบทูลถึงเบื้องพระพักตร์ฮ่องเต้ได้อย่างไร!
คราวนี้จะทำอย่างไรดี?
ตอนนั้นเขาน่าจะบีบคอนางให้ตายเสียตั้งแต่แรกเกิด!
ฮ่องเต้แค่นพระสรวล แววเย็นเยียบในพระเนตรแผ่ไอสังหาร “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ก็พิสูจน์สายเลือดด้วยหยดโลหิตเสีย พิสูจน์ครั้งเดียวก็รู้ผล”
