ลู่หรานหวาดกลัวไป๋อิงอยู่บ้างจริง ๆ
แต่ถึงอย่างไรที่นี่ก็เป็นเขตอำนาจของตระกูลลู่ ทั้งยังมีผู้คนมากมายมามุงดู
ไม่ว่าอย่างไร เขาก็ปล่อยให้ตระกูลลู่เสียหน้าไม่ได้
ในเมื่อพวกเขาล้วนรับมือไป๋อิงไม่ได้ เขาจึงทำได้เพียงเรียกบิดาของตนมา
กล่าวจบ เขาก็รีบสั่งให้ผู้บำเพ็ญคนหนึ่งไปตามบิดา
หลินหย่วนขมวดคิ้ว ตระหนักได้ว่าเรื่องนี้ร้ายแรงเพียงใด จึงรีบกล่าวกับไป๋อิงว่า “ไป๋อิง! รีบขอโทษเสีย!”
ลู่เทียนหยา บิดาของลู่หราน แม้เป็นเพียงผู้บำเพ็ญขั้นหยวนอิงช่วงปลาย แต่พลังต่อสู้กลับทัดเทียมขั้นแปรเทพ
เขาฝึกฝนเคล็ดวิชาลับไว้มากมาย ทั้งยังมีวิธีการสารพัด ไม่ใช่คนที่ไป๋อิงในยามนี้จะรับมือได้!
แม้นางจะมีมังกรทองตัวนั้น และสามารถเอาชนะผู้บำเพ็ญขั้นหยวนอิงทั่วไปได้ แต่ก็ไม่มีทางเอาชนะลู่เทียนหยา! ยิ่งไปกว่านั้น ที่นี่คือตระกูลลู่ พวกเขามีลู่เทียนหยาเพียงคนเดียวเสียเมื่อไร!
ตระกูลลู่ตั้งมั่นอยู่ในแคว้นเป่ยหยวนมาเนิ่นนาน มีกำลังแข็งแกร่งเพียงนั้น แค่ผู้บำเพ็ญขั้นแปรเทพก็มีมากกว่าหนึ่งคนแล้ว
บรรพชนตระกูลลู่ผู้นั้นยิ่งอยู่ในขั้นแปรเทพช่วงปลาย
ต่อให้มังกรทองของไป๋อิงยังมีชีวิตอยู่ ก็ยังไม่ใช่คู่มือของบรรพชนตระกูลลู่ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงตอนนี้ที่มันเป็นเพียงของวิเศษไร้ชีวิตชิ้นหนึ่ง!
เห็นไป๋อิงไม่ตอบสนองแม้แต่น้อย เขาก็ตะโกนขึ้นอีกครั้งว่า “ไป๋อิง รีบเข้า! ไม่ทันแล้ว!”
ลู่หรานผลักหลินหย่วนออกไป แล้วเช็ดเลือดบนใบหน้าซึ่งไหลออกมาจากแรงปะทะตอนถูกมังกรทองของไป๋อิงโจมตีเมื่อครู่
