เมื่อเทียบกับสีหน้าหลากหลายของคนตระกูลไป๋ ผู้จัดงานประลองกลับมีสีหน้ากระตือรือร้นอย่างยิ่ง
เขาวิ่งเหยาะ ๆ ตรงมาหาไป๋อิงเป็นคนแรก ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มประจบประแจง หลังค้อมลงเล็กน้อย มือทั้งสองประคองของรางวัลเหล่านั้นไว้อย่างนอบน้อม แววตาเต็มไปด้วยความสอพลอ “สหายน้อย นี่คือรางวัลสำหรับผู้ชนะอันดับหนึ่งของการประลองครั้งนี้ ล้วนเป็นสมบัติล้ำค่าหายาก บัดนี้ข้าขอประกาศอย่างเป็นทางการว่า ผู้ชนะอันดับหนึ่งของการประลองครั้งนี้คือไป๋อิง!”
เสียงของเขาดังกังวานไปทั่วสนามประลองในพริบตา เสียงโห่ร้องกึกก้องพลันระเบิดขึ้น เสียงเชียร์และเสียงปรบมือประสานกันดุจคลื่นคลั่ง ซัดกระหน่ำต่อเนื่องไม่ขาดสาย ใบหน้าของฝูงชนล้วนเปี่ยมด้วยความตื่นเต้นและยินดี มิใช่เพียงเพราะไป๋อิงเผยฝีมืออันเหนือชั้นบนเวทีประลอง แต่ที่สำคัญกว่านั้นคือนางเอาชนะกัวหลินเทียน ช่วยระบายความคับแค้นใจให้พวกเขาได้อย่างสาสม
ไป๋อิงมีสีหน้าสงบนิ่ง ยื่นมือรับของรางวัลทีละชิ้น ใบหน้าของนางไร้คลื่นอารมณ์ เพียงเหลือบมองโอสถและของวิเศษล้ำค่าเหล่านั้นแวบหนึ่งอย่างเฉยชา ราวกับสมบัติที่มีค่าเลอเลิศในสายตาผู้อื่นเป็นเพียงของธรรมดาสามัญสำหรับนาง ทว่าเมื่อสายตาสัมผัสจี้หยกเนื้อเนียนนวล แววตาเย็นชาที่เคยสงบนิ่งกลับวูบไหวด้วยประกายสว่างที่ยากสังเกต มุมปากก็โค้งขึ้นอย่างไม่รู้ตัว คล้ายรอยยิ้มบางเบาที่เลือนหายไปในพริบตา
