ฮูหยินเซี่ยทรุดฮวบลงบนพื้นอิฐเขียว เส้นผมดำขลับยุ่งเหยิง ปิ่นมุกเอียงหลุดจากมวยผม
กระโปรงแพรปักลายหงส์ทอด้ายทองเปื้อนฝุ่นทั่วทั้งผืน หมดสิ้นความสง่างามสูงศักดิ์เช่นวันวาน
แต่ก่อนนางมักรู้สึกว่าเซี่ยชิงไต้ขวางหูขวางตา รังเกียจที่นางหยาบคายไร้มารยาท ไม่รู้กฎเกณฑ์ ทั้งยังแอบขุ่นเคืองที่นางแย่งชิงทุกสิ่งของอวี่เวยไป ทว่าบัดนี้นางเพิ่งตระหนักว่า ทุกสิ่งในจวนเซี่ยแต่เดิมล้วนควรเป็นของชิงไต้
หากแม่นมทำคลอดใจดำผู้นั้นไม่ได้สับเปลี่ยนทารกในคราวนั้น ชิงไต้ของนางก็คงเป็นคุณหนูผู้สูงศักดิ์ที่ได้รับการทะนุถนอม ไม่ใช่ต้องพลัดพรากไปอยู่ในหมู่ชาวบ้าน เผชิญความทุกข์ยากแสนสาหัส และท้ายที่สุด...ถูกคนบีบคั้นจนตายทั้งเป็น
“ทั้งหมดเป็นความผิดของข้า...” ฮูหยินเซี่ยยกมือสั่นเทาปิดอก น้ำตาหยาดรินลงมาเปียกชุ่มสาบเสื้อ
นางนึกถึงท่าทีหวาดหวั่นยามชิงไต้กลับมาจวนครั้งแรก นึกถึงคราที่ตนมองดูอย่างเย็นชา ปล่อยให้บ่าวไพร่กลั่นแกล้งนาง นึกถึงตอนนางล้มป่วยหนัก แม้แต่น้ำแกงร้อนสักชามก็ยังร้องขอไม่ได้...ทุกเรื่องทุกเหตุการณ์ บัดนี้ล้วนกลายเป็นมีดกรีดหัวใจ
ไป๋อิงยืนอยู่ตรงนั้น แสงจันทร์ทอดเงาร่างของนางให้สูงเพรียว
นางเอ่ยเสียงแผ่วว่า “ชิงไต้ คนที่ทำร้ายเจ้า ข้าลงโทษพวกเขาให้ชดใช้หมดแล้ว” น้ำเสียงของนางเบาหวิว ทว่ากลับแฝงไอเย็นเยียบ “รวมถึงฮูหยินเซี่ยผู้นี้...ที่ต้องมีชีวิตอยู่กับความเสียใจไปชั่วนิรันดร์”
ลมราตรีพัดผ่าน กลีบดอกไม้บนต้นไม้ร่วงโปรยปราย ราวหิมะเงียบงัน ฮูหยินเซี่ยฟุบอยู่บนพื้น เสียงร่ำไห้อัดอั้นและแหบพร่า
ไป๋อิงไม่แม้แต่จะเหลือบมองฮูหยินเซี่ยที่ทรุดนั่งอยู่บนพื้นอีก นางไม่รู้สึกสงสารแม้แต่น้อย ถึงอย่างไรฮูหยินเซี่ยผู้นี้ก็เคยคิดหมายเอาชีวิตเซี่ยชิงไต้ด้วยใจจริง
