ไป๋อิงขมวดคิ้วแน่น “เกิดอะไรขึ้น?”
“ท่านหญิง! ในที่สุดท่านก็ออกจากการปิดด่านแล้ว!” เสียงของเสี่ยวเถาสะอึกสะอื้นจนแทบพูดไม่เป็นประโยค น้ำตาไหลชะล้างคราบสกปรกบนใบหน้าเล็ก ๆ จนเกิดเป็นทางสองสาย “เกิดเรื่องใหญ่แล้ว! ทั่วทั้งนครหลวงลือกันว่าท่าน... ลือกันว่าท่าน...”
ไป๋อิงยื่นมือออกไปราวกับจะประคอง สายพลังวิญญาณอ่อนโยนสายหนึ่งพยุงสาวใช้น้อยไว้มั่นคง “อย่าเพิ่งร้อนใจ ค่อย ๆ พูด”
เสี่ยวเถาสะอื้นพลางเล่าเรื่องวุ่นวายครั้งนี้ตั้งแต่ต้นจนจบ
คนพวกนั้นปล่อยข่าวลืออย่างไร ชาวบ้านถูกปลุกปั่นอย่างไร จวนท่านหญิงถูกล้อมโจมตีอย่างไร...
ยิ่งเล่าถึงช่วงสะเทือนใจ สาวใช้น้อยก็ยิ่งตัวสั่น “พวกเขา... พวกเขาถึงกับมีคนคิดจะโยนคบเพลิงเข้ามาในจวน บอกว่าจะเผาท่านให้ตาย... สุดท้ายองค์ชายสามก็ส่งคนมาคุ้มกันรอบจวนท่านหญิง แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมีคนหน้าใหม่แวะเวียนมาทุกวัน คอยโยนผักเน่าและไข่เน่าเข้ามาข้างใน”
ไป๋อิงเดินไปที่หน้าต่าง ก่อนผลักบานหน้าต่างออกเบา ๆ ไกลออกไป ฝูงชนดำทะมึนยังคงรวมตัวอยู่ด้านนอกจวน เสียงตะโกน “ฆ่าคนต้องชดใช้ด้วยชีวิต” และ “ไสหัวออกจากนครหลวง” ดังแว่วมา นางกวาดตามองประตูจวนที่ถูกไฟเผาจนดำเกรียม กำแพงที่ถูกทุบพัง และผักเน่ากับไข่เน่าบนพื้นซึ่งยังเก็บกวาดไม่หมด
“ท่านหญิง...” จู่ ๆ เสี่ยวเถาก็คว้าแขนเสื้อนางไว้ น้ำเสียงเปี่ยมด้วยความคับแค้น “บ่าวเห็นกับตาว่าคุณหนูรองลอบทำร้ายท่านก่อน ปีศาจอสูรพวกนั้นก็เป็นนางเรียกมา... แต่ตอนนี้... พวกเขากลับบิดเบือนเรื่องราวไปถึงเพียงนี้
