“นางมาร! ยังกล้าหัวเราะอีกหรือ!” เสวียนเฉิงจื่อเดือดดาลยิ่ง สะบัดแส้ปัดฝุ่นในมืออย่างแรง “วันนี้ข้าจะผดุงคุณธรรมแทนสวรรค์!”
เซี่ยหมิงเต๋อรีบถอยไปอยู่ด้านหน้าฝูงชน แล้วตะโกนเสียงดัง “ทุกท่านวางใจเถิด! นักพรตเสวียนเฉิงจื่อผู้นี้เป็นศิษย์เอกแห่งอารามชิงอวิ๋น เคยสังหารปีศาจใหญ่พันปีสามตนด้วยตัวคนเดียว! เมื่อมีเขาอยู่ ย่อมกำราบนางได้แน่!”
“ขอเพียงนังลูกอกตัญญูคนนี้ถูกจับกุม ข้าจะสังหารนางเพื่อไถ่โทษด้วยตนเอง!”
เมื่อชาวบ้านโดยรอบได้ยินดังนั้น ต่างก็โห่ร้องยินดี
“นักพรตเกรียงไกร!”
“ใต้เท้าเซี่ยช่างเห็นแก่คุณธรรมส่วนรวม!”
“รีบจับตัวภัยพิบัตินี่เสีย!”
“จับนางไปลานประหาร แล้วสับเป็นพันชิ้น!”
เสวียนเฉิงจื่อเผยสีหน้าลำพองใจ แขนเสื้อกว้างของเสื้อคลุมเต๋าพลันสะบัดไหวทั้งที่ไร้ลม เขาขยับนิ้วร่ายอาคม ก่อนจะเรียกตราประทับวิเศษสีทองอร่ามออกมาจากแขนเสื้อ ทันทีที่ตราประทับปรากฏ แสงอรุณนับหมื่นสายก็เปล่งประกาย ส่องถนนทั้งสายให้สว่างราวกับลานหน้าท้องพระโรงทองคำ
“ไป!”
สิ้นเสียงตวาด ตราประทับก็ขยายใหญ่ขึ้นตามลม พริบตาเดียวก็มีขนาดมหึมาดุจขุนเขา
อักษรโบราณสี่คำว่า “เทียนกังสะกดมาร” บนตัวตราประทับเปล่งประกายเจิดจ้า แผนผังแปดทิศที่สลักอยู่ด้านล่างหมุนเวียนไม่หยุด แผ่พลังอันเกรียงไกรดุจอสนีบาต กดลงตรงศีรษะไป๋อิง! ทุกแห่งที่ตราประทับเคลื่อนผ่าน อากาศถูกบีบอัดจนเกิดระลอกคลื่นที่มองเห็นได้ ชายคาและกระเบื้องสองข้างถนนสั่นกราว
ชาวบ้านที่อยู่ในเหตุการณ์ไม่เคยเห็นภาพเช่นนี้มาก่อน ต่างพากันตกตะลึงจนทำอะไรไม่ถูก!
“คราวนี้นางมารนั่นตายแน่!”
“นักพรตเสวียนเฉิงมีอิทธิฤทธิ์ไร้ขอบเขตจริง ๆ!”
“ดูเร็ว! ตราประทับกำลังจะกดลงมาแล้ว!”
