“แต่ว่า...ศิษย์พี่ ท่านทำเพื่อคนของสำนักหลิงเซียวและสำนักหลิงอิ่นไปตั้งมากมาย พวกเขากลับไม่รู้เลยสักคน รู้เพียงขอบคุณมู่หรงจิ่นเท่านั้น หากไม่มีท่าน ต่อให้มีมู่หรงจิ่น ก็ไม่อาจพาพวกเขาทั้งหมดหลบหนีไปได้
“ท่านบาดเจ็บสาหัสเพื่อพวกเขาถึงเพียงนี้ เรื่องนี้ควรให้ศิษย์พี่หญิงห้ารู้”
ผู้พูดคือฉินจื่อจิน ศิษย์น้องหกของไป๋อิง
ส่วนศิษย์พี่ที่เขาเอ่ยถึงก็คือเหยียนชื่อหลิง ศิษย์พี่สามของไป๋อิง
ในช่วงหลายวันที่ไป๋อิงไม่อยู่ เหยียนชื่อหลิงฝึกฝนราวกับคนเสียสติ ที่ใดอันตรายเขาก็มุ่งหน้าไปที่นั่น ไม่เห็นชีวิตของตนสำคัญแม้แต่น้อย
เมื่อได้ยินว่าบรรพชนฮวาหยางคิดเล่นงานสำนักหลิงอิ่น เหยียนชื่อหลิงก็พาพวกศิษย์น้องมุ่งหน้าไปยังสำนักหลิงอิ่นเป็นกลุ่มแรก
สิ้นเสียงฉินจื่อจิน เหยียนชื่อหลิงพลันกำหมัดแน่น ข้อนิ้วลั่นกรอบแกรบ บาดแผลบนอกที่ยังไม่สมานเริ่มมีเลือดซึมอีกครั้ง ย้อมอาภรณ์ขาวสะอาดให้กลายเป็นสีแดงฉานสะดุดตา
“หุบปาก!” น้ำเสียงของเหยียนชื่อหลิงแหบพร่าจนน่าหวาดหวั่น แววตาเต็มไปด้วยอารมณ์ซับซ้อน “ที่ข้าทำทั้งหมด...ไม่เคยทำเพื่อให้นางรู้”
ตอนนั้นเขาทำเรื่องเลวร้ายต่อไป๋อิงไว้มากมาย ป่านนี้นางคงเกลียดเขาจนเข้ากระดูกแล้วกระมัง...
แม้ตอนนั้นหร่วนซินโหรวจะควบคุมเขาอยู่ แต่เรื่องเหล่านั้นเขาก็เป็นคนลงมือทำด้วยตนเองทั้งสิ้น...
สายลมบนเขาพลันกรรโชกแรง พัดเรือนผมยาวยุ่งเหยิงของเขาปลิว เผยใบหน้าซูบเซียวแต่ยังคงหล่อเหลา
ฉินจื่อจินขอบตาแดงก่ำ ก้าวขึ้นมาหนึ่งก้าว “แต่ศิษย์พี่! ท่านรู้อยู่แก่ใจว่า...”
