“ไป๋อิง! เหตุใดเจ้ายังมีชีวิตอยู่?”
หร่วนซินโหรวร้องเสียงดัง จนผู้บำเพ็ญหลายร้อยคนบนลานกว้างพากันหันมามอง
นิ้วมือของนางกำชายเสื้อแน่น คิ้วเรียวที่บรรจงแต่งแต้มบิดเบี้ยวเป็นมุมพิกล
ห่างออกไปเพียงสามจั้ง หญิงสาวที่ควรวิญญาณสลายไปแล้วกำลังก้าวขึ้นบันไดหยกอย่างเชื่องช้า เสื้อคลุมเต๋าสีขาวบริสุทธิ์พลิ้วไหวราวผีเสื้อกลางสายลม
“ระบบ! เจ้าไม่ได้บอกหรือว่าวิญญาณของนางดับสูญไปแล้ว?” หร่วนซินโหรวเอ่ยถามอย่างเกรี้ยวกราดภายในทะเลสำนึก นางเห็นกับตาว่าบรรพชนฟาดฝ่ามือจนร่างของไป๋อิงแหลกสลายไม่เหลือซาก แล้วนางจะยังมีชีวิตอยู่ได้อย่างไร?
ระบบเองก็ดูประหลาดใจไม่น้อย “นางยังไม่ตายจริง ๆ หรือ?”
ไป๋อิงหยุดฝีเท้าบนขั้นบันไดหินขั้นสุดท้าย แสงตะวันยามเที่ยงทะลุผ่านร่างอันบอบบางของนาง ทอดเงาจางจนแทบโปร่งใสลงบนพื้นหยกเขียว
“ศิษย์น้องหญิง ไม่พบกันเสียนาน สบายดีหรือไม่” น้ำเสียงของนางแผ่วเบาราวหิมะต้นวสันต์ที่กำลังละลาย ทว่ากลับทำให้หร่วนซินโหรวราวกับตกลงไปในถ้ำน้ำแข็ง
“ระบบ เกิดอะไรขึ้นกันแน่?”
ระบบของหร่วนซินโหรวสงบลงอย่างรวดเร็ว
“ซินโหรว อย่าเพิ่งร้อนใจ บนตัวเจ้ายังมีพลังหลอมสุญญตาของบรรพชนมิใช่หรือ? โอกาสนี้เหมาะจะสังหารนางต่อหน้าผู้คนพอดี
หากทุกคนเห็นว่านางตายด้วยน้ำมือเจ้า ค่าชะตาของนางทั้งหมดก็จะถูกเจ้าช่วงชิงมา
ส่วนเจ้า ก็จะได้ขึ้นแทนที่นางอย่างแท้จริง กลายเป็นตัวเอกของโลกใบนี้
ฮ่า ๆ ๆ ต่อให้นางยังไม่ตายแล้วจะเป็นไรไป?
สุดท้ายนางก็เป็นได้แค่บันไดให้เจ้าก้าวสู่ความสำเร็จมิใช่หรือ?”
“ดี!”
หร่วนซินโหรวหัวเราะออกมา นางค่อย ๆ ลุกขึ้น ก่อนชี้ไป๋อิงอย่างหยิ่งผยองแล้วกล่าวกับทุกคนว่า “สหายเต๋าทั้งหลาย โปรดดูให้ดี!” นางเร่งพลังวิญญาณให้เสียงดังกังวานไปทั่วลาน “นี่คือไป๋อิง ผู้ทรยศที่สมคบคิดกับผู้บำเพ็ญมารจนสำนักหลิงอิ่นล่มสลาย วันนี้ข้าหร่วนซินโหรวจะลงทัณฑ์แทนสวรรค์!”
