โม่เสวียนซางไม่เคยคาดคิดเลยว่าไป๋อิงจะมีอิทธิฤทธิ์ร้ายกาจถึงเพียงนี้
ผู้อาวุโสในตระกูลของเขา เพียงเผชิญหน้ากับไป๋อิงแค่ครู่เดียว ก็ถูกนางสังหารในทันที
เมื่อเห็นไป๋อิงหันมาทางที่ตนอยู่ เขารีบหยิบขลุ่ยหยกเขียวเลาหนึ่งออกมา
“นังสารเลว! ข้าจะทำให้เจ้ารู้ว่าการล่วงเกินตระกูลโม่ต้องชดใช้ด้วยสิ่งใด!”
หวังฉีหน้าเปลี่ยนสีฉับพลัน รีบร้องบอกไป๋อิงว่า “แย่แล้ว นั่นคือขลุ่ยกู่ของตระกูลโม่!”
หวังฉีรีบซัดของวิเศษของตนใส่โม่เสวียนซาง หวังขัดขวางเขา ทว่ากลับสายเกินไป
ทันทีที่ขลุ่ยกู่บรรเลง สัตว์มีพิษทุกชนิดภายในรัศมีร้อยลี้ก็จะถูกดึงดูดให้เข้ามา
จะทำอย่างไรดี!
ขลุ่ยเพิ่งเปล่งเสียงได้เพียงครั้งเดียว งูพิษหลายสิบตัวก็เลื้อยเข้ามาในลานบ้าน ผู้คนจากตระกูลหวังต่างหน้าซีดเผือด
“เหตุใดจึงมีงูมากมายเพียงนี้?”
สีหน้าหวังฉีหม่นคล้ำยิ่งนัก หลังจากหวังเมี่ยวเมี่ยวถูกบีบบังคับให้แต่งเข้าตระกูลโม่ เขาก็เคยสืบเรื่องตระกูลโม่มาก่อน
“สิ่งที่น่ากลัวที่สุดของตระกูลโม่คือวิชาใช้พิษ และสิ่งที่ทำให้ผู้คนหวาดผวาที่สุดในบรรดาวิชาเหล่านั้นก็คือขลุ่ยกู่นี่เอง เมื่อใดที่ขลุ่ยนี้บรรเลง คนทุกคนในรัศมีร้อยลี้จะไม่มีใครรอดชีวิต ยกเว้นคนของตระกูลโม่”
หวังฉีกำมือแน่น แววตาเผยความสิ้นหวังออกมา หากรู้แต่แรก เขาคงไม่ดึงไป๋อิงให้เข้ามาพัวพันกับเรื่องของตระกูลตน ต่อให้เขาต้องตายก็ช่างเถิด แต่เรื่องนี้เดิมทีก็ไม่เกี่ยวกับไป๋อิงเลย
เมื่อได้ฟังคำพูดของหวังฉี ทุกคนในที่นั้นต่างหวาดกลัวจนตัวสั่น
