โจวจิงโม่รีบร้อนพาไป๋อิงมายังสถานที่ที่ฉีฮ่าวหยวนกำลังปิดด่านอยู่ในขณะนี้
โจวจิงโม่กล่าวกับไป๋อิงว่า “อาการของอาจารย์ข้าตอนนี้ค่อนข้างหนัก รบกวนสหายน้อยช่วยตรวจดูให้ละเอียดด้วย”
ไป๋อิงพยักหน้า แม้จะยังไม่ได้พบฉีฮ่าวหยวน แต่ในใจนางก็มั่นใจไม่น้อยว่าจะช่วยยืดอายุขัยของเขาได้
ทว่าในจังหวะที่โจวจิงโม่ยกมือขึ้น กำลังจะแตะประตูห้องที่ปิดสนิท พลันมีพลังปราณอันไพศาลยิ่งใหญ่ ราวกับจะฉีกฟ้าถล่มดิน แผ่พุ่งออกมาจากภายในห้องพร้อมแรงกดดันมหาศาล ราวคลื่นยักษ์โหมกระหน่ำ ซัดกระจายไปทั่วทุกทิศทาง
โจวจิงโม่ใจสะท้าน ความเข้มข้นของพลังปราณสายนี้เห็นได้ชัดว่าอยู่ระหว่างขั้นแปรเทพกับขั้นหลอมสุญตา ทั้งยังแข็งแกร่งเกินกว่าที่เขาเคยพบเห็นมา
ไป๋อิงที่ยืนอยู่ข้างกายก็เผยสีหน้าประหลาดใจเช่นกัน นางจ้องมองจุดที่พลังปราณแผ่ซ่านอย่างไม่กะพริบตา โดยไม่รู้ตัว นิ้วมือค่อย ๆ กำแน่นจนกลายเป็นหมัด
นี่คือฉีฮ่าวหยวนกำลังทะลวงขั้นหลอมสุญตา!
โจวจิงโม่พลันรู้สึกเลือดลมพลุ่งพล่าน
พลังปราณอันเป็นเอกลักษณ์ของขั้นหลอมสุญตายิ่งทวีความเข้มข้นหนักแน่น ราวกับจับต้องได้ พลิ้ววนปั่นป่วนอยู่ในอากาศ
เขาสูดลมหายใจลึก สัมผัสการชำระล้างจากปราณอันแข็งแกร่งนี้ มุมปากพลันยกขึ้นโดยไม่รู้ตัว เผยรอยยิ้มยินดีจนแทบคลั่ง
ในโลกบำเพ็ญเซียน การทะลวงขอบเขตแต่ละครั้งยากเย็นราวปีนป่ายสู่สวรรค์ ส่วนขั้นหลอมสุญตานั้นยิ่งเป็นดั่งคูหุบเหวที่ยากข้าม
หากอาจารย์ฉีฮ่าวหยวนทะลวงสำเร็จ สำนักหลิงอิ่นย่อมได้รับความคุ้มครองอันประเมินค่ามิได้ พลังและรากฐานของสำนักทั้งมวลจะเพิ่มพูนขึ้นตามไปด้วย อีกทั้งช่องทางในการได้มาซึ่งเคล็ดวิชาล้ำค่าและสมบัติล้ำค่าจากฟ้าดินนานาชนิดก็จะเปิดกว้างขึ้น เส้นทางบำเพ็ญของศิษย์ในสำนักย่อมราบรื่นไร้อุปสรรค
