ผู้อาวุโสฉีหมดสิ้นเรี่ยวแรงและพลังชีวิตแล้ว คนเช่นนี้ไม่มีผู้ใดช่วยได้ ต่อให้หมอเทวดากลับมามีชีวิต ก็ยังไม่อาจช่วยเขาให้รอดได้
นี่คือสิ่งที่ทุกคนในที่นั้นต่างเข้าใจตรงกัน
เพราะก่อนหน้านี้ก็เคยเกิดเหตุการณ์เช่นนี้มาแล้ว
ครั้งนั้นหมอเทวดายังมีชีวิตอยู่ ทว่าก็ยังไร้หนทางช่วยคนที่ตกอยู่ในสภาพเช่นนี้
เมื่อเรี่ยวแรงและพลังชีวิตเหือดแห้ง ย่อมหมายความว่าอายุขัยของคนผู้นั้นสิ้นสุดลงแล้ว ไม่มีผู้ใดลากเขากลับมาจากประตูนรกได้
แต่หญิงสาวตรงหน้ากลับบอกว่าฉีฮ่าวหยวนจะไม่ตายอย่างนั้นหรือ?
ยามนี้อย่าว่าแต่เหล่าผู้บำเพ็ญในที่นั้นเลย แม้แต่ฉีฮ่าวหยวนเองก็ยังไม่อยากเชื่อ
เขาอ้าปากหมายจะพูด ทว่ากลับกระอักโลหิตออกมาคำหนึ่ง
ฉีฮ่าวหยวนกระตุกมุมปากด้วยความเจ็บปวด
เขากำลังคิดอะไรอยู่กัน? เด็กสาวตรงหน้าอายุเพียงสิบกว่าปี นางคิดว่าตนเป็นใครกัน ถึงได้คิดว่าจะช่วยให้เขาไม่ตายได้?
ในใจของฉีฮ่าวหยวนขมขื่นยิ่งนัก เขาเอ่ยขึ้นอย่างยากลำบากว่า “ไม่มีประโยชน์แล้ว”
ไป๋อิงดึงมือของเขากลับมาอย่างไม่ยอมอ่อนข้อ ก่อนวางนิ้วลงบนชีพจร
“ข้าบอกว่าไม่ตาย ก็ไม่มีทางตาย!”
กล่าวจบ ไป๋อิงก็หยิบยาเพิ่มพลังปราณเม็ดเล็กออกจากถุงเก็บของ แล้วโยนเข้าปากฉีฮ่าวหยวนทันที
“เท่านี้ก็เรียบร้อย”
การกระทำต่อเนื่องของไป๋อิงทำให้ทุกคนในที่นั้นงุนงงไปหมด
