เสียงของไป๋อิงแผ่วเบา ทว่ากลับกังวานชัดเจนเป็นพิเศษท่ามกลางความเงียบงันของมิติแห่งนี้
ไป๋อิงกวาดตามองรอบด้านอย่างรวดเร็ว ก่อนจะค่อย ๆ ก้มลง จึงเห็นลวดลายสีเลือดใต้ฝ่าเท้าค่อย ๆ ปรากฏขึ้น เส้นสายซับซ้อนชวนเวียนหัวเหล่านั้นแผ่คลื่นอันเก่าแก่และลึกลับออกมา ลายค่ายกลแต่ละเส้นดูราวกับมีชีวิต กำลังขยับเขยื้อนและกลมกลืนกับสภาพแวดล้อมโดยรอบอย่างไร้ที่ติ แม้แต่พลังวิญญาณที่ล่องลอยอยู่ในอากาศก็ยังกลายเป็นเครื่องพรางชั้นดีให้มัน
“เป็นไปไม่ได้...” ปลายนิ้วของไป๋อิงสั่นระริก “นี่ถึงกับเป็นค่ายกลโบราณ!”
ด้วยความเชี่ยวชาญด้านค่ายกลของนาง กลับไม่ทันสังเกตแม้แต่น้อยว่าตนก้าวเข้าสู่กับดักเช่นนี้!
ชั่วขณะนั้น หนังศีรษะของนางชาวาบไปหมด!
นางเชื่อมั่นในพันธนาการของโลหิตวิญญาณมากเกินไป ถึงได้หลงเชื่อพวกเขาอย่างหมดใจ! แถมยังพาคนจากสำนักหลิงเซียวมาตกอยู่ในสถานการณ์อันตรายเช่นนี้อีก!
เมื่อได้ยินเสียงของไป๋อิง เสียงปรบมือ “แปะ ๆ ๆ” พลันดังขึ้นอย่างไม่เข้ากับบรรยากาศ ชวนแสบแก้วหูเป็นพิเศษท่ามกลางความเงียบงัน
“ประหลาดใจมากหรือ?” เสียงแหบพร่าดังมาจากขอบค่ายกล
ไป๋อิงเงยหน้าขึ้นฉับพลัน เห็นชายชราผมและเคราขาวโพลนก้าวออกมาอย่างเชื่องช้า เขาสวมเสื้อคลุมสีเทาเรียบง่าย ดูเผิน ๆ ก็เหมือนชายชราข้างบ้านธรรมดาคนหนึ่ง มีเพียงดวงตาขุ่นมัวที่แฝงประกายคมกล้าเท่านั้น ซึ่งเผยให้เห็นพลังบำเพ็ญอันลึกล้ำเกินหยั่งถึง
