หร่วนซินโหรวมองไป๋อิงด้วยความยินดีอย่างยิ่ง นางไม่ได้พบศิษย์พี่คนนี้มานานมากแล้ว!
ไป๋อิงสารเลวนั่นทำลายรากวิญญาณของนาง จนเปลี่ยนให้นางกลายเป็นคนไร้ค่า ต้องทนทุกข์ทรมานมามากมาย!
เดิมทีนางได้รากวิญญาณและพลังบำเพ็ญของเจินเหรินฉินฮวาไปแล้ว จึงคิดว่าตนจะเหนือกว่าไป๋อิงหนึ่งขั้น แต่ไม่คาดคิดว่าตอนนี้อีกฝ่ายจะบรรลุถึงขั้นทารกแรกกำเนิดขั้นสมบูรณ์แล้วเช่นกัน
แววตาของหร่วนซินโหรวฉายความชั่วร้ายอย่างไม่อาจปิดบัง! เหตุใดนางจึงบำเพ็ญได้รวดเร็วถึงเพียงนี้!
ช่างเถิด อย่างไรเสียบรรพชนก็รับปากนางแล้วว่าไป๋อิงจะกลายเป็นคนไร้ค่า!
ขณะนั้น บรรพชนฮวาหยางยืนเอามือไพล่หลังอยู่กลางเวหา สายตาเย็นเยียบราวคมดาบแทงตรงไปยังไป๋อิง แรงกดดันที่แผ่ออกจากร่างทำให้อากาศโดยรอบรัศมีร้อยลี้แข็งค้าง
เขาเอ่ยช้า ๆ ว่า “ผู้บำเพ็ญขั้นทารกแรกกำเนิดตัวเล็ก ๆ กลับทำให้ข้าต้องวางแผนอย่างยากลำบากมาถึงเพียงนี้ นับว่าเป็นวาสนาของเจ้าแล้ว ในเมื่อก้าวเข้ามาในโลกของข้า วันนี้ก็จงทิ้งชีวิตไว้เสีย!”
เส้นผมดำขลับของไป๋อิงปลิวไสว เสื้อคลุมสีขาวพลิ้วสะบัดท่ามกลางลมกรรโชก
แม้ใบหน้าของนางซีดขาว ทว่าสายตายังคงกระจ่างใสดุจดวงดาว อัจฉริยะผู้โดดเด่นยิ่งยวดคนนี้ แม้ต้องเผชิญแรงกดดันจากผู้ยิ่งใหญ่ขั้นหลอมสุญญตา ก็ยังยืดแผ่นหลังตรงได้
ไป๋อิงกวาดตามองค่ายกลแห่งนี้ สมองครุ่นคิดอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าอย่างไรนางก็ต้องปกป้องคนที่อยู่ข้างกายให้ได้ จะปล่อยให้พวกเขาตายอยู่ที่นี่ทั้งหมดไม่ได้!
บรรพชนฮวาหยางสะบัดแขนเสื้อ ฝ่ามือขนาดมหึมาที่บดบังฟ้าดินพลันก่อตัวขึ้น
