ไป๋ตี๋เดินนำหน้าอย่างคล่องแคล่ว ท่วงท่าแฝงความภาคภูมิใจอยู่หลายส่วน ส่วนไป๋อิงเดินตามหลังนางเงียบ ๆ
ไม่นานทั้งสองก็มาถึงหน้าห้องของผู้นำตระกูลไป๋ เรือนหลังนี้เรียบง่ายเก่าแก่และสง่างาม ประตูที่ปิดสนิทแผ่กลิ่นอายความน่าเกรงขามอันมิอาจล่วงละเมิดออกมา
ไป๋ตี๋เงยหน้าขึ้น แล้วเอ่ยเสียงอ่อนหวานใส่เรือนหลังนั้นว่า “ท่านผู้นำตระกูล พี่สาวของข้ากลับมายังตระกูลแล้ว นางอยากพบท่าน บอกว่ามีเรื่องจะปรึกษาท่านเจ้าค่ะ” เสียงใสกังวานสะท้อนก้องไปทั่วลานอันเงียบสงัด
หลังเอ่ยจบ มุมปากของไป๋ตี๋ก็ยกขึ้นเล็กน้อย เผยรอยยิ้มที่ยากจะสังเกตเห็น นางรู้ดีว่าเวลานี้ผู้นำตระกูลกำลังปิดด่านฝึกตนอยู่ ซึ่งเป็นช่วงเวลาสำคัญอย่างยิ่ง
ในตระกูลไป๋ นี่เป็นกฎที่ทุกคนรู้กันดี ยามเช่นนี้ อย่าว่าแต่คนรุ่นเยาว์เลย ต่อให้ผู้อาวุโสทั้งหลายของตระกูลมาขอพบ ผู้นำตระกูลก็ไม่มีทางใส่ใจ หากเผลอไปรบกวนการฝึกตนของเขา ผลที่ตามมาย่อมเลวร้าย ต้องถูกเขาตวาดใส่อย่างไร้ปรานีแน่นอน
ทว่า ผู้นำตระกูลรักและเอ็นดูนางมาโดยตลอด ทั่วทั้งตระกูลไป๋ มีเพียงไป๋ตี๋ที่ได้รับการปฏิบัติเป็นพิเศษจากเขา ทุกครั้งที่พูดคุยกับนาง น้ำเสียงของเขาจะอ่อนโยนลงโดยไม่รู้ตัว
ไป๋ตี๋จงใจพาไป๋อิงมาที่นี่ ในใจมีแผนการของตนอยู่ นางต้องการให้ไป๋อิงได้เห็นชัด ๆ ว่าความแตกต่างระหว่างพวกนางนั้นห่างไกลกันเพียงใด
คนที่หายหน้าหายตาไปนานถึงเพียงนั้น กลับเพิ่งคิดจะกลับมาตอนนี้ แถมยังหมายชิงทุกสิ่งที่เป็นของตน แล้วไป๋ตี๋จะไม่เกลียดไป๋อิงได้อย่างไร!
