ไป๋อิงยืนตระหง่านอยู่ตรงนั้น ชายแขนเสื้อพลิ้วไหวไปตามสายลม
เหล่าผู้บำเพ็ญที่อยู่เบื้องหลังนางต่างมีแววตาตื่นตะลึงสุดขีด ราวกับสมองยังไม่อาจประมวลสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้าได้ทัน
ไม่นาน ความตื่นตะลึงก็แปรเปลี่ยนเป็นความยินดีอย่างท่วมท้น เสียงโห่ร้องกึกก้องดังกระหึ่มขึ้นจากฝูงชน
“สวรรค์! นี่เป็นเรื่องจริงหรือ? ไป๋อิงทำได้จริง ๆ! นางขับไล่ปีศาจอสูรชั่วช้าพวกนั้นไปหมดแล้ว! พวกเราปลอดภัยแล้ว!”
“อ๊า! ดีเหลือเกิน ข้ารอดแล้ว ฮือ ๆ ขวัญเอ๋ยขวัญมา!”
ผู้บำเพ็ญหลายคนทรุดนั่งลงกับพื้น ยกมือปิดหน้า น้ำตาไหลทะลักออกมาตามซอกนิ้ว ไหล่ของพวกเขาสั่นสะท้านอย่างรุนแรง ราวกับต้องการร้องไห้ระบายความหวาดกลัวที่อัดอั้นมาทั้งหมด
ฝูงชนกอดกันด้วยความตื่นเต้น ส่งเสียงโห่ร้อง กระโดดโลดเต้น ตบมือแสดงความยินดีให้กัน พวกเขาแทบไม่กล้าเชื่อว่า เมื่อครู่ยังตกอยู่ในสถานการณ์สิ้นหวัง ถูกปีศาจอสูรที่แห่กันมาราวคลื่นทะเลทำให้หวาดผวาจนตัวสั่น แต่ตอนนี้กลับพลิกจากร้ายกลายเป็นดีได้อย่างปาฏิหาริย์
เมื่อทอดสายตามองไป จะเห็นร่างมหึมาของมังกรฉือหลงนอนระเกะระกะอยู่บนพื้น รวมถึงซากปีศาจอสูรตัวอื่น ๆ จนทั่วบริเวณเต็มไปด้วยความโกลาหล ปีศาจอสูรดุร้ายเหล่านี้ซึ่งเคยทำให้พวกเขาขวัญผวา บัดนี้ล้วนสิ้นลมหายใจแล้ว
ต้องรู้ว่า มังกรฉือหลงมีมากมายถึงเพียงนั้น ยังมีปีศาจอสูรอีกจำนวนมหาศาล ต่อให้มีผู้แข็งแกร่งระดับสูงขั้นแปรเทพอยู่ที่นี่สักคน ก็แทบเป็นไปไม่ได้ที่จะขับไล่พวกมันทั้งหมดให้ถอยไป
แต่ไป๋อิงกลับทำได้...
นางบุกเดี่ยว พลิกสถานการณ์อันเลวร้าย ใช้กำลังของตนเพียงคนเดียวเปลี่ยนชะตาของพวกเขา
