ประมุขสำนักฮวาหยางครุ่นคิดครู่หนึ่ง ก่อนกล่าวต่อว่า “ไป๋อิงเพียงแค้นที่ตนรักแล้วไม่ได้รักตอบ จึงพาลโกรธเจ้า แต่แท้จริงแล้วนางชอบเจ้า เรื่องที่เกิดขึ้นระหว่างพวกเจ้าในบททดสอบหุบเขาเงามรณะ ข้าได้ยินมาหมดแล้ว หากไป๋อิงไม่ได้ชอบเจ้า ตอนที่วานรวิญญาณจู่โจมพวกเจ้าและคิดจะสังหารทุกคน เหตุใดนางจึงยื่นมือช่วยเหลือ สังหารวานรวิญญาณเพื่อพวกเจ้าล่ะ?
“แล้วหลังจากเซียนผู้ทรงเกียรติฝานเทียนเลือกคู่หมายที่ดีเช่นนั้นให้นาง เหตุใดนางจึงปฏิเสธเล่า? นี่ก็เพราะในใจนางมีเจ้าอยู่มิใช่หรือ?
“เซียวอวี้เอ๋ย! ไป๋อิงเฝ้ารอเจ้าอยู่ตลอด! สิ่งที่นางต้องการมีเพียงให้เจ้ารุกเข้าหานางสักหน่อย มอบความห่วงใยและเอาใจใส่ให้นาง ถึงตอนนั้นนางย่อมหลงเจ้าอย่างหัวปักหัวปำแน่
“สตรีที่บำเพ็ญเพียรในวัยนี้ ผู้ใดบ้างที่ในหัวไม่มีแต่เรื่องรักใคร่? ขอเพียงบุรุษดีกับพวกนางสักหน่อย พวกนางก็พร้อมจะตามบุรุษผู้นั้นไปทันที!”
ประมุขสำนักฮวาหยางกล่าวอย่างมั่นอกมั่นใจ แม้แต่เซียวอวี้ยังรู้สึกเลือดลมพลุ่งพล่าน ราวกับไป๋อิงปากไม่ตรงกับใจ และยังมีเขาอยู่ในใจจริง ๆ
เขาเองก็อดคิดไม่ได้ว่า จริงด้วย! คู่หมายจากตระกูลหลินเป็นสิ่งที่ผู้คนไม่รู้เท่าไรต่างพยายามดิ้นรนแย่งชิง แต่ไป๋อิงกลับปฏิเสธอย่างเด็ดขาด หรือเป็นเพราะในใจนางมีเขาอยู่จริง ๆ?
คำพูดของประมุขสำนักฮวาหยางทำให้หัวใจเซียวอวี้เต้นถี่รัว เขาหันไปมองหร่วนซินโหรวอีกครั้ง เมื่อเห็นว่าสีหน้าของนางยังเป็นปกติ จึงค่อยแอบยินดีอยู่ในใจ
