ประมุขสำนักฮวาหยางยิ่งคิดก็ยิ่งเห็นว่าตนคิดได้ถูกต้อง
หากไป๋อิงกลับมาสำนักได้ ปัญหาทั้งหมดที่เขากำลังเผชิญอยู่ก็จะคลี่คลายโดยง่าย
ถึงตอนนั้น สวนหญ้าวิญญาณก็จะตกเป็นของสำนักฮวาหยางไม่ต่างกัน อยากได้หญ้าวิญญาณชนิดใดก็มีให้ทั้งนั้นมิใช่หรือ?
ความตื่นเต้นในใจแทบปิดบังไว้ไม่มิด
แม้แต่โอสถสวรรค์วิญญาณแห่งความโกลาหลก็จะมีมากเท่าที่ต้องการ ถึงเวลานั้นสำนักฮวาหยางจะมีผู้บำเพ็ญขั้นแปรเทพได้มากมายเพียงใดกัน!
แค่คิด หัวใจของเขาก็เต้นรัวแล้ว
ไป๋อิงผู้นี้ เขาต้องหาทางพากลับมาให้ได้!
ประมุขสำนักฮวาหยางสั่งให้คนไปเรียกเซียวอวี้กับหร่วนซินโหรวมาพบในทันที
ตอนเซียวอวี้มาถึง สภาพของเขาไม่สู้ดีนัก เขาได้รับบาดเจ็บสาหัสระหว่างการทดสอบหุบเขาเงามรณะ แม้หมอเทวดาของสำนักจะพยายามรักษาอย่างสุดความสามารถแล้ว ใบหน้าของเขาก็ยังซีดเซียวไม่น่ามอง
ทว่าเมื่อสิ้นเปลืองโอสถไปมากมาย ตอนนี้เซียวอวี้ก็เดินเหินได้ตามปกติแล้ว
ส่วนสีหน้าของหร่วนซินโหรวก็ไม่น่าดูเช่นกัน หากเทียบกับบาดแผลทางกายของเซียวอวี้แล้ว สิ่งที่ทำให้นางเดือดดาลยิ่งกว่าคือความคับแค้นในใจ
ทั้งที่พวกเขาคาดเดาผิดกันเองแท้ ๆ แต่กลับเป็นนางที่ต้องรับคำเยาะเย้ยถากถางมากมาย!
คำแรกที่ประมุขสำนักฮวาหยางเอ่ยเมื่อเห็นทั้งสองคือ “เซียวอวี้ ครั้งนี้เจ้าเข้าร่วมการทดสอบจนบาดเจ็บสาหัส คงสิ้นเปลืองโอสถกับหญ้าวิญญาณของสำนักไปไม่น้อยกระมัง?”
เซียวอวี้ชะงักไป
จากนั้นประมุขสำนักก็หันไปทางหร่วนซินโหรว “หร่วนซินโหรว เจ้าใช้หญ้าวิญญาณไปมากยิ่งกว่า เพื่อให้เจ้าบรรลุแก่นทอง โอสถทะลวงแก่นทองทั้งหมดของสำนักก็ยกให้เจ้าเพียงคนเดียว แล้วเจ้าเล่า? เจ้าทำสิ่งใดตอบแทนสำนักบ้าง? ไม่เพียงตัวอ่อนแก่นทองถูกไป๋อิงทำลายจนแตกละเอียด ตอนนี้ระดับการบำเพ็ญของเจ้าก็ยังตกลงมาถึงขั้นสร้างฐานช่วงต้นอีก”
