เดิมทีทุกคนคิดว่าไป๋อิงโอหังมากพอแล้ว ถึงกับกล้าพูดต่อหน้าผู้อาวุโสสี่ว่า ต่อให้ “เขาคุกเข่าต่อหน้านาง นางก็ไม่มีวันรักษาเขา”
ใครจะคิดว่านางจะยิ่งโอหังกว่านี้ได้อีก!
เจินเหรินมู่นั่นเป็นนักปรุงโอสถผู้ยิ่งใหญ่ระดับใดกัน! ไป๋อิงตัวเล็ก ๆ อย่างนางจะกล้าเอาตัวเองไปเทียบกับเขาได้อย่างไร?
เจินเหรินมู่ช่วยผู้อาวุโสสี่วินิจฉัยโรค ทั้งยังปรุงโอสถให้ด้วยตนเอง ไป๋อิงกลับกล้าพูดว่า ขอเพียงผู้อาวุโสสี่กินยาเม็ดนั้นลงไป ชะตาก็คงขาดแล้ว!
นางกำลังกล่าวหาว่าเจินเหรินมู่วินิจฉัยโรคของผู้อาวุโสสี่ผิด โอสถที่เขาปรุงไม่เพียงรักษาผู้อาวุโสสี่ไม่ได้ แต่ยังทำให้ล้มลงทันทีด้วย!
ทุกคนมองไป๋อิงอย่างตื่นตะลึง
“เจ้านี่ไร้เหตุผลสิ้นดี! ถึงตอนนั้นหากผู้อาวุโสสี่หายดีแล้ว ข้าจะคอยดูว่าเจ้าจะทำอย่างไร!”
คนหนึ่งกล่าวขึ้นอีกว่า
“ข้าได้ยินว่าตอนนี้มีผู้บำเพ็ญขั้นแปรเทพอีกหลายคนมีอาการป่วยเช่นเดียวกับผู้อาวุโสสี่ พวกเขาต่างกำลังรอดูผลการรักษา หากผู้อาวุโสสี่หายดีแล้ว เจ้ารู้หรือไม่ว่าเจินเหรินมู่จะมีสถานะเช่นไร? เบื้องหลังเขาจะมีผู้ยิ่งใหญ่ขั้นแปรเทพคอยสนับสนุนมากมาย ถึงตอนนั้น ต่อให้สำนักหลิงเซียวของพวกเจ้ามีเซวียนหยวนเฉิน ผู้บำเพ็ญขั้นแปรเทพอยู่ เขาก็ปกป้องเจ้าไม่ได้! เจ้าล่วงเกินเจินเหรินมู่ ย่อมถูกผู้ยิ่งใหญ่ขั้นแปรเทพเหล่านั้นสังหารแน่!”
