กลางลาน ฉู่อู๋เฉินแสยะยิ้มอย่างเหี้ยมเกรียม ก่อนโยนตราประทับเสวียนเทียนขึ้นไปกลางอากาศ รอยแตกบนตราประทับหยกมีของเหลวข้นเหนียวซึมออกมา หยดลงพื้นแล้วกัดกร่อนจนเกิดเป็นหลุมลึกไร้ก้นบึ้ง
“ได้ตายใต้ศาสตราเซียนชิ้นนี้ นับเป็นเกียรติของเจ้าแล้ว!” ฉู่อู๋เฉินดวงตาแดงก่ำ เร่งเร้าพลังมารในกายอย่างบ้าคลั่ง ทันใดนั้นตราประทับเสวียนเทียนก็เปล่งแสงโลหิตเจิดจ้า อักขระบิดเบี้ยวนับไม่ถ้วนปรากฏขึ้นบนตัวตรา ทุกตัวราวกับกำลังหลั่งเลือด
ท้องฟ้าทั้งผืนถูกย้อมเป็นสีแดงคล้ำ เมฆดำม้วนตัวปั่นป่วน สายฟ้าฟาดคำราม
ไป๋อิงยังคงยืนนิ่งอยู่กับที่ อาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ของนางสะบัดดังพรึ่บพรับท่ามกลางลมคลั่ง
นางถอนหายใจเบา ๆ ทว่าสุ้มเสียงกลับดังกังวานไปทั่วลานประลอง “คนที่จะตายมีแต่เจ้า...”
กล่าวจบ นางก็หยิบตราประทับหยกรูปดอกบัวออกมาจากแขนเสื้อ
ตราประทับหยกนั้นขาวผ่องทั้งชิ้น กลีบดอกซ้อนทับกันเป็นชั้น ๆ ดูเผิน ๆ คล้ายของธรรมดา ทว่ากลับแผ่กลิ่นอายแห่งมหาวิถีบางเบา
นี่คือตราประทับคงถงที่ไป๋อิงเปลี่ยนรูปลักษณ์ไป
เพื่อหลบหนีการตามล่าของบรรพชนฮวาหยาง นางจึงเปลี่ยนรูปลักษณ์ของของวิเศษประจำกายทั้งหมด เกล็ดมังกรกลายเป็นเกล็ดธรรมดา ส่วนตราประทับคงถงก็แปลงเป็นตราดอกบัวที่ดูแสนสามัญนี้
เมื่อเห็นเช่นนั้น ฉู่อู๋เฉินชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนระเบิดเสียงหัวเราะแหลมบาดหู “นี่มันขยะอะไรกัน ถึงกล้าเอามาต่อกรกับตราประทับเสวียนเทียน?”
