ชั่วพริบตาเดียว โถงใหญ่ทั้งโถงก็ตกอยู่ในความเงียบงันราวกับความตาย
ฮูหยินเซี่ยยืนนิ่งแข็งค้างอยู่กับที่ ใบหน้าที่ได้รับการดูแลอย่างดีบิดเบี้ยวจนแทบดูไม่ได้ในยามนี้ รูม่านตาหดเล็กลงอย่างรุนแรง เล็บจิกฝ่ามือจนลึก ทว่านางกลับไม่รู้สึกเจ็บแม้แต่น้อย
“นี่...นี่คือเซี่ยชิงไต้หรือ?”
เสียงของฮูหยินเซี่ยคล้ายเค้นออกมาจากส่วนลึกของลำคอ แหบแห้งจนชวนหวาดหวั่น
ภายในกระจกเฉียนคุน ใบหน้าที่คุ้นเคยแต่ก็แปลกตาพลันไหววูบอยู่ตรงหน้า ทำให้นางหน้ามืดไปชั่วขณะ บุตรสาวที่นางชิงชังมานานกว่าสิบปี บัดนี้กลับปรากฏตัวต่อหน้านางในสภาพเช่นนี้
“ไป๋อิงผู้นั้นคือเซี่ยชิงไต้จริง ๆ!”
จู่ ๆ นางก็กรีดร้องอย่างเสียสติ มวยผมที่จัดแต่งอย่างประณีตหลุดลุ่ยลงมาหลายปอย ยิ่งขับให้นางดูราวกับหญิงวิปลาส “เป็นไปไม่ได้! นี่ต้องเป็นกลลวงแน่!” นางเซถอยหลังไปหลายก้าว ชนแจกันกระเบื้องเคลือบสีเขียวด้านหลังจนล้ม เสียงแตกดังเพล้ง เศษชิ้นส่วนกระจายไปทั่ว เสียงนั้นกรีดแทงหูเป็นพิเศษท่ามกลางความเงียบงันของโถงใหญ่
“ไม่ใช่แค่นั้น...” บ่าวรับใช้ที่คุกเข่าอยู่บนพื้นกล่าวเสียงสั่น “ฮูหยิน...ท่านรู้จักเสี่ยวเถาใช่หรือไม่...ตั้งแต่คุณหนูพานางไปสำนักเสวียนเทียน ข้าก็ได้ยินข่าวมา เสี่ยวเถา...เสี่ยวเถาถูกสำนักเสวียนเทียนรับเป็นศิษย์อย่างเป็นทางการแล้วขอรับ!”
ข่าวนี้ประหนึ่งสายฟ้าฟาดลงกลางศีรษะฮูหยินเซี่ยอย่างจัง
ศิษย์อย่างเป็นทางการของสำนักเสวียนเทียน!
ฐานะที่เหล่าบุตรหลานตระกูลใหญ่และผู้สูงศักดิ์ในราชสำนักไม่กล้าแม้แต่จะฝันถึง!
