หลังจากนึกถึงความเป็นไปได้นี้ หร่วนซินโหรวก็ยิ่งคิดยิ่งรู้สึกขบขัน
ไป๋อิงจะเก่งกาจเพียงใด ก็เป็นแค่ผู้บำเพ็ญขั้นสร้างฐานระยะแรกเท่านั้น ตอนนี้นางจะเอาอะไรมาเทียบกับตน?
นางไม่ใช่สัตว์ปีศาจโง่เขลาเหล่านั้น ต่อให้บำเพ็ญจนถึงขั้นแก่นทองแล้ว ก็ยังยืนทื่อให้ไป๋อิงสังหารเพื่อส่งเสริมนามเกียรติของนาง
ตอนนี้นางแข็งแกร่งกว่าไป๋อิงมาก แค่ใช้นิ้วเดียวก็ขยี้ไป๋อิงให้ตายได้!
หร่วนซินโหรวเร่งแผ่กลิ่นอายของตนอย่างเต็มที่ สีหน้าท่าทางเปี่ยมด้วยความภาคภูมิใจ
การกระทำของนางดึงดูดความสนใจจากผู้คนไม่น้อยจริง ๆ ถึงกับมีผู้บำเพ็ญชายหลายคนเดินเข้ามาหา หวังจะร่วมกลุ่มกับนาง
โลกบำเพ็ญก็เป็นเช่นนี้ พวกเขาไม่สนใจหรอกว่าคนผู้นั้นมีนิสัยใจคอเช่นไร ขอเพียงมีฝีมือ ก็ย่อมได้รับการยกย่องจากทุกคน
หร่วนซินโหรวไม่ได้สัมผัสความรู้สึกที่ถูกจับตามองจากผู้คนมากมายเช่นนี้มานานแล้ว ยามนี้นางจึงภาคภูมิใจอย่างยิ่ง ส่วนซูอวี่ที่อยู่ข้างกายนางกลับวางตัวเงียบขรึมมาตลอดทาง ไม่เอ่ยปากแม้แต่คำเดียว ทันใดนั้นเขาก็เห็นไป๋อิงเข้า จึงตื่นเต้นขึ้นมาทันที เขากำลังจะเดินเข้าไปทักทายนาง แต่กลับเห็นมู่หรงจิ่นผู้เลื่องชื่อเดินไปหาไป๋อิงเสียก่อน
“เจ้าคือศิษย์น้องไป๋อิงที่เพิ่งเข้ามาใหม่ใช่หรือไม่ ข้าคือมู่หรงจิ่น เรียกข้าว่าศิษย์พี่ก็ได้”
เมื่อได้ยินมู่หรงจิ่นกล่าว ไป๋อิงก็รีบเอ่ยทักทายเขา “ศิษย์พี่ ข้าเลื่อมใสชื่อเสียงของท่านมานานแล้ว”
