หร่วนซินโหรวทุ่มทรัพยากรไปมากมาย กว่าจะฝืนเลื่อนขั้นขึ้นมาถึงขั้นแก่นทองเทียมได้ สำหรับผู้บำเพ็ญคนใดก็ตาม เรื่องนี้ไม่ได้พิเศษอะไรนัก ทว่าประมุขสำนักฮวาหยางกลับภาคภูมิใจอย่างยิ่ง
เขาลองไล่นับสำนักต่าง ๆ ในจงโจวดูแล้ว ในหมู่ศิษย์ที่อายุไม่ถึง 20 ปี มีเพียงไม่กี่คนที่บำเพ็ญถึงขั้นสร้างฐานช่วงปลายได้ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงขั้นแก่นทองเทียม
“นอกจากมู่หรงจิ่นเจ้าตัวประหลาดนั่นแล้ว คนอื่นล้วนอยู่ขั้นสร้างฐาน แม้แต่ไป๋อิงก็เพิ่งอยู่ขั้นสร้างฐานช่วงต้นเท่านั้น ถึงเวลานั้นซินโหรว เจ้าจะต้องโดดเด่นเป็นที่ประจักษ์อย่างแน่นอน การทดสอบครั้งนี้เจ้าจะเป็นตัวแทนของสำนักฮวาหยาง พวกเราต้องรักษาหน้าสำนักไว้ให้ได้ เจ้าจงคว้าอันดับหนึ่งในการทดสอบให้จงได้ หากได้สมบัติลับสืบทอดมาด้วยยิ่งดี สิ่งนั้นจะช่วยยกระดับพลังของเจ้าได้อย่างมาก”
หร่วนซินโหรวพยักหน้าอย่างตื่นเต้น ในใจกำลังจินตนาการถึงภาพที่ตนปรากฏตัวต่อหน้าทุกคนในคราวหน้า แล้วทำให้พวกเขาตกตะลึงจนคางแทบหล่น ไม่มีทางมีใครคาดคิดว่าเพียงสามวัน นางก็เลื่อนจากขั้นสร้างฐานช่วงต้นขึ้นมาถึงขั้นแก่นทองเทียมแล้ว
แค่คิดก็แทบกลั้นเสียงหัวเราะไว้ไม่อยู่
ซูอวี่และผู้อาวุโสทั้งหลายต่างถ่ายทอดพลังวิญญาณให้หร่วนซินโหรวเป็นเวลานาน จนทุกคนเหน็ดเหนื่อยไม่ต่างกัน
เมื่อประมุขสำนักกล่าวจบ เขาฝืนความเหนื่อยล้า หยิบเอกสารเกี่ยวกับการทดสอบในหุบเขาเงามรณะออกมาจากแหวนเก็บของ ตั้งใจจะมอบให้นางอ่าน
