“ศิษย์น้องหก...” เสียงของหลิ่วชิงเยว่แหบพร่าจนน่ากลัว ทุกถ้อยคำราวกับเค้นออกมาจากส่วนลึกของทรวงอก “เป็นพวกเรา...ทุกคน...ที่ทำให้นางต้องตาย...”
ถ้อยคำนี้ประหนึ่งค้อนหนัก ฟาดกระแทกหัวใจของทุกคนอย่างรุนแรง
ชั่วพริบตา เศษเสี้ยวความทรงจำก็พรั่งพรูมาดั่งคลื่นถาโถม—
ภาพเหตุการณ์เหล่านั้นผุดขึ้นต่อหน้าซูอวี่ เขานึกถึงครั้งแล้วครั้งเล่าที่ตนเอนเอียงเชื่อคำพูดของหร่วนซินโหรวระหว่างหารือกิจการสำนัก และครั้งแล้วครั้งเล่าที่ตวาดไป๋อิงยามนางอธิบาย กล่าวหาว่านางทำเรื่องต่ำช้าเช่นนี้เพื่อแย่งชิงความโปรดปราน ถึงขั้น...เขายังเคยใช้แส้เถาวัลย์เฆี่ยนนางไม่รู้กี่ครั้ง
สองมือของกู้ชิงโจวสั่นเทาอย่างห้ามไม่อยู่ เขานึกถึงถ้อยคำเชือดเฉือนที่เคยพูดกับไป๋อิงยามเมามาย นึกถึงขอบตาแดงเรื่อของนางขณะอดทนเงียบงัน และยิ่งนึกถึง...แววตาที่แหลกสลายในคืนฝนพรำคืนนั้น ตอนที่เขาเป็นคนไล่นางออกจากสถานที่ชุมนุมของพวกเขา
มือของหลิ่วชิงเยว่ยกขึ้นแตะบริเวณตันเถียนโดยไม่รู้ตัว รากวิญญาณที่นั่นซึ่งควรจะแห้งเหือดไปแล้ว เป็นไป๋อิงที่คอยหล่อเลี้ยงด้วยพลังวิญญาณของนางครั้งแล้วครั้งเล่า ช่างน่าขันนัก เขากลับคิดมาตลอด...ว่าตนเป็นฝ่ายถ่ายทอดพลังวิญญาณให้นาง เด็กสาวในความทรงจำมักยิ้มพลางเอ่ยว่า “ขอบคุณศิษย์พี่ ไม่อย่างนั้นข้าคงแย่แน่” ที่แท้...ล้วนเป็นคำโกหก...เมื่อไป๋อิงจากไป เขากลับกลายเป็นคนไร้ประโยชน์เสียเอง...
