ไป๋อิงกำลังดึงพลังคลุ้มคลั่งจากจี้หยกคลุ้มคลั่งในญาณของนางออกมา
บนผิวจี้หยกปรากฏลวดลายสีเลือดคล้ายใยแมงมุม พลังงานคลุ้มคลั่งทะลักเข้าสู่เส้นลมปราณของนางราวกับกระแสน้ำ
ในเวลาเดียวกัน จี้หยกฟื้นฟูอีกชิ้นหนึ่งในญาณของนางก็เปล่งแสงนุ่มนวล พลังฟื้นฟูบริสุทธิ์ไหลเวียนอยู่ภายในร่าง ก่อเกิดสมดุลอันละเอียดอ่อนกับพลังคลุ้มคลั่ง
การโจมตีเมื่อครู่แทบสูบพลังวิญญาณของนางไปจนหมดสิ้น นางบีบอัดพลังบำเพ็ญแปดเท่าให้ระเบิดออกมาในชั่วพริบตา เดิมทีน่าจะทำให้นางตกอยู่ในสภาพอ่อนแรงอย่างยิ่ง
เดิมไป๋อิงเตรียมใจจะเรียกตราประทับคงถงออกมาป้องกันแล้ว แต่กลับพบโดยไม่คาดคิดว่า ความเร็วในการฟื้นฟูของนางเร็วกว่าที่คิดเกือบสามส่วน
พลังวิญญาณที่ไหลเชี่ยวอยู่ในเส้นลมปราณดุจม้าป่าที่ถูกสยบ ภายใต้การชี้นำของพลังฟื้นฟู มันกลับคืนสู่ตำแหน่งเดิมอย่างรวดเร็ว
“นี่มัน...” ไป๋อิงสำรวจตันเถียนของตน แล้วพบว่ารอบทารกแรกกำเนิดสีทองอ่อนซึ่งมีมาแต่เดิม ปรากฏไอสีม่วงพร่าเลือนโอบล้อมอยู่ นางพลันตระหนักได้ว่านั่นคือปราณแปรเทพของผู้ที่ก้าวสู่ขั้นแปรเทพไปครึ่งก้าว
แม้ระดับของนางจะเพิ่มขึ้นเพียงครึ่งขั้น จากขั้นทารกแรกกำเนิดเป็นผู้ที่ก้าวสู่ขั้นแปรเทพไปครึ่งก้าว แต่พลังของนางกลับก้าวหน้าไปมาก ไม่ว่าจะเป็นความสามารถในการฟื้นฟูหรือพลังวิญญาณ ล้วนเพิ่มขึ้นจากเดิมอย่างมหาศาล
มุมปากเปื้อนเลือดของหญิงสาวยกขึ้นเล็กน้อย นางสัมผัสได้ถึงพลังฟื้นฟูที่กำลังฟื้นคืนอย่างรวดเร็ว
การค้นพบนี้หมายความว่านางสามารถย่นระยะเวลาฟื้นฟูลงได้มาก ไม่นานก็จะใช้พลังคลุ้มคลั่งแปดเท่าได้อีกครั้ง บนสนามรบที่สถานการณ์พลิกผันในชั่วพริบตา นี่จะเป็นความได้เปรียบชี้ขาด
วงล้อมของผู้บำเพ็ญขั้นแปรเทพทั้งเจ็ดชะงักงันไปชั่วขณะ
ผู้อาวุโสชุดเทากุมไหล่ซ้ายที่ชุ่มโชกไปด้วยเลือด สีหน้ายังคงแข็งค้างด้วยความไม่อยากเชื่อ ของวิเศษประจำกาย “กระจกเสวียนเทียน” ของเขาแตกละเอียดเป็นผุยผง ร่างกายบาดเจ็บสาหัส ที่น่ากลัวยิ่งกว่าคือบาดแผลกลับแผ่ขยายและกัดกร่อนต่อไปไม่หยุด แม้เขาจะกินโอสถไปหลายเม็ด แต่อาการก็ยังไม่ดีขึ้นเลย
