หัวใจของผู้บำเพ็ญชุดม่วงเต้นกระหน่ำราวกับกลอง เสียงเย็นเยียบดุจน้ำค้างแข็งของไป๋อิงดังขึ้นข้างหู “ในที่สุด...ก็รอจนพวกเจ้าวางค่ายกลเสร็จเสียที” น้ำเสียงนั้นคล้ายดังมาจากหวงเฉวียนแห่งเก้าขุมนรก ทำให้เลือดทั่วร่างของเขาแข็งตัวในพริบตา
ทันใดนั้น ปลายนิ้วของไป๋อิงพลันเปล่งประกายเส้นไหมสีเงินนับหมื่น เส้นไหมเหล่านั้นเคลื่อนไหวราวกับมีชีวิต แทรกผ่านลวดลายค่ายกลอันสุกสว่างด้วยแสงทอง สิ่งที่น่าหวาดหวั่นยิ่งกว่าคือเส้นไหมสีเงินทุกเส้นพันรอบจุดสำคัญของค่ายกลอย่างแม่นยำ ลวดลายค่ายกลที่เคยแนบสนิทไร้ช่องว่างกลับเริ่มบิดเบี้ยวอย่างพิกล!
“แย่แล้ว! นางกำลังเปลี่ยนค่ายกล!” ผู้อาวุโสชุดเทาเป็นคนแรกที่สังเกตเห็นความผิดปกติ เขากวัดแกว่งแส้ปัดฝุ่นในมืออย่างบ้าคลั่ง หวังจะแก้ไขสถานการณ์
แต่เส้นไหมสีเงินเหล่านั้นฝังลึกลงไปในรากฐานของค่ายกลแล้ว ราวกับปรสิตตัวจ้อยนับไม่ถ้วนที่กำลังกลืนกินลวดลายค่ายกลเดิมอย่างบ้าคลั่ง ผู้อาวุโสผู้นั้นพบด้วยความหวาดผวาว่า สายสัมพันธ์ระหว่างตนกับค่ายกลกำลังถูกตัดขาดทีละน้อย
ไป๋อิงประสานมือเป็นมุทราอันลึกลับ ริมฝีปากแดงขยับเอื้อนเอ่ย “ฟ้าดินพลิกกลับ ค่ายกลเป็นของข้า! จงเปิด!”
ชั่วพริบตา ค่ายกลกักมังกรใหญ่ทั้งผืนก็ส่งเสียงคำรามกึกก้องสะเทือนแก้วหู
เงามังกรทองทั้ง 7 ตัวบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด เกล็ดทองบนร่างร่วงกราว กลายเป็นกระบี่ทองนับไม่ถ้วนเต็มฟ้า
