ไป๋อิงกำมือแน่นจนข้อนิ้วซีด ดวงตาเย็นชาจับจ้องคนกลุ่มนี้ นางไม่ได้หลบหนีเหมือนเมื่อครู่อีกแล้ว
ในเมื่อผู้บำเพ็ญขั้นแปรเทพกลุ่มนี้คิดจะจับตัวนาง เช่นนั้นก็ลองดูกันว่าพวกเขามีฝีมือพอหรือไม่!
ไป๋อิงกำเศษชิ้นส่วนของค่ายกลสังหารที่เคยใช้ก่อนหน้านี้ไว้ในฝ่ามือแน่น
แม้นางจะพกค่ายกลสังหารนั้นติดตัวไปด้วยไม่ได้ แต่ก็สลักค่ายกลเคลื่อนย้ายเอาไว้ตั้งแต่เนิ่น ๆ แล้ว สามารถส่งคนกลุ่มนี้เข้าไปในค่ายกลสังหารพร้อมกันได้
หากมีใครคิดจะเล่นงานนาง นางก็ไม่รังเกียจที่จะส่งคนเหล่านี้เข้าไปในค่ายกลสังหารเช่นเดียวกับที่จัดการคนของฉินหัวเจินเหริน!
ไป๋อิงมองคนกลุ่มนั้นพลางแค่นยิ้ม ก่อนจะวางค่ายกลอย่างเงียบเชียบตรงนี้ หมายจะจับพวกเขาทั้งหมดใส่เข้าไปในค่ายกลเคลื่อนย้ายของตน
ขณะนั้น ผู้บำเพ็ญขั้นแปรเทพนับไม่ถ้วนกรูกันมาจากทุกทิศราวกับฉลามได้กลิ่นคาวเลือด กระแสคนหลั่งไหลเข้ามาดั่งคลื่นถาโถม
ชั่วพริบตา เสียงลมคำราม พลังวิญญาณปั่นป่วน มิติทั่วทั้งแดนเร้นลับสั่นสะเทือนแผ่วเบาเพราะการมาถึงของพวกเขา พริบตาเดียวคนเหล่านั้นก็ล้อมไป๋อิงไว้แน่นหนา จนแทบไม่มีช่องว่างให้แทรกผ่าน
ส่วนเหล่าผู้บำเพ็ญวัยเยาว์ที่ยังไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เพียงเข้ามาร่วมการแข่งขันเท่านั้น ต่างตกตะลึงจนแทบสิ้นสติเมื่อเห็นภาพตรงหน้า พวกเขาเคยพบเห็นผู้เฒ่าขั้นแปรเทพมากมายถึงเพียงนี้ที่ไหนกัน แค่คลื่นพลังวิญญาณที่แผ่ออกจากร่างของผู้เฒ่าเหล่านั้นก็ทำให้พวกเขาสั่นเทาไปทั้งตัว ต่างพากันหลบซ่อนด้วยกลัวว่าเหตุการณ์ตรงหน้าจะพาลพาให้ตนเดือดร้อนไปด้วย!
