“ท่านคือผู้บำเพ็ญไป๋อิงที่เพิ่งเข้าสำนักหลิงอิ่นใช่หรือไม่? ยินดีที่ได้พบ! พวกเรามาจากสำนักฉี่หยาง ครั้งนี้เสียมารยาทมาเยือนเพราะอยากชวนท่านร่วมทีม
ท่านก็คงเห็นแล้วว่าแดนเร้นลับซึ่งใช้เป็นสนามแข่งขันครั้งนี้ รับมือยากกว่าที่พวกเราคาดไว้มาก ในความเห็นข้า หากร่วมทีมกันเดินทาง อย่างน้อยก็ยังช่วยเหลือดูแลกันได้
ไม่เช่นนั้น เกรงว่ายังไม่ทันได้ป้ายคำสั่งของคู่แข่ง ก็อาจต้องกลายเป็นอาหารของปีศาจอสูรในแดนเร้นลับเสียก่อน”
ผู้บำเพ็ญจากสำนักฉี่หยางคนหนึ่งในชุดคลุมยาวสีดำสนิทเอ่ยกับไป๋อิง ใบหน้าประดับรอยยิ้มดูเป็นมิตร
“กล่าวได้ถูกต้อง!” ผู้บำเพ็ญจากสำนักฉี่หยางอีกคนที่ยืนอยู่ข้างเขายิ้มประจบไม่ต่างกัน ก่อนจะกล่าวคล้อยตามว่า
“ผู้บำเพ็ญไป๋อิง ข้าเลื่อมใสชื่อเสียงของท่านมานาน ได้ยินว่าท่านบรรลุขั้นทารกแรกกำเนิดแล้ว ฝีมือไม่ธรรมดา พวกเรามาหาท่านก็เพราะอยากขอความคุ้มครอง ท่านวางใจได้ พวกเราไม่มีเจตนาจะแย่งป้ายคำสั่งของท่านเลย เมื่อการแข่งขันจบลง พวกเราจะช่วยท่านคว้าอันดับหนึ่งอย่างเต็มกำลัง ขอเพียงพวกเราได้อันดับติดมือมาบ้างก็พอใจแล้ว”
แม้คนเหล่านี้จะพูดจาอ่อนหวาน น้ำเสียงยังเจือแววประจบอยู่หลายส่วน ทว่าความโลภและเล่ห์กลที่วูบผ่านดวงตาก็ไม่อาจรอดพ้นประสาทสัมผัสเฉียบคมของไป๋อิงไปได้
ไป๋อิงมีสีหน้าเย็นชา แววตาเยียบเย็นดุจน้ำค้างแข็ง นางถอยหลังไปสองก้าวอย่างแนบเนียน ก่อนกล่าวเสียงเย็นไร้ช่องให้ต่อรองว่า
