ระหว่างนิ้วเรียวงามของไป๋อิง ปรากฏกระจกบานหนึ่งขึ้นมาโดยไม่รู้ตั้งแต่เมื่อใด บนกระจกสะท้อนใบหน้าบิดเบี้ยวของเขา
“ใครบอกกัน...” ไป๋อิงก้าวเข้ามาช้า ๆ กระจกเฉียนคุนหมุนวนอย่างเชื่องช้าอยู่ในฝ่ามือ ส่งเสียงครางแผ่วเบา “ว่าบิดาจะไม่ใส่ร้ายบุตรีของตนเอง?”
สิ้นเสียง นางก็พลันโยนกระจกทองแดงในมือขึ้นสู่กลางอากาศ กระจกเฉียนคุนขยายใหญ่ขึ้นตามสายลม ชั่วพริบตากลายเป็นแผ่นกระจกมหึมาลอยอยู่เหนือศีรษะของฝูงชน
มือขวาของไป๋อิงงุ้มเป็นกรงเล็บ แรงดูดไร้รูปร่างสายหนึ่งฉุดเซี่ยหมิงเต๋อที่ทรุดนั่งอยู่บนพื้นให้ลอยขึ้นมา นิ้วทั้งห้าดุจตะขอเกี่ยวกดลงบนกระหม่อมของเขา
“เจ้าคิดว่าเมื่อไม่มีหลักฐาน ข้าก็พิสูจน์ไม่ได้หรือว่าเจ้าพูดปด?” น้ำเสียงของไป๋อิงเย็นเยียบประหนึ่งน้ำแข็ง “วิชาค้นวิญญาณของข้าจะฉายภาพความทรงจำที่แท้จริงที่สุดทั้งหมดของเจ้าออกมา”
ทันใดนั้น ผิวน้ำบนกระจกเฉียนคุนก็พลิ้วเป็นระลอก ภาพแล้วภาพเล่าหมุนเวียนดุจโคมม้า:
เหตุการณ์ในวันนั้นแตกต่างจากที่เซี่ยหมิงเต๋อเล่าอย่างสิ้นเชิง
เรื่องที่ว่าเซี่ยชิงไต้จงใจล่อปีศาจอสูรมาเพื่อฆ่าเซี่ยอวี่เวยนั้นหรือ
ความจริงไม่ได้เป็นเช่นนั้นเลย
เห็นชัดว่าเซี่ยอวี่เวยวางแผนอย่างรอบคอบ ล่อปีศาจอสูรมา หวังให้พวกมันฆ่าเซี่ยชิงไต้
แต่ไม่คาดคิดว่าเซี่ยชิงไต้จะมองแผนการของนางออกตั้งแต่แรก เซี่ยอวี่เวยจึงได้รับผลกรรมจากการกระทำของตนเอง กลายเป็นเป้าหมายของปีศาจอสูรเสียเอง
