ประมุขสำนักเสวียนเทียน เจินเหรินทิงหลานปรายตามองเซี่ยหมิงเต๋อที่นอนแน่นิ่งอยู่บนพื้นอย่างดูแคลน
แววเหยียดหยามวาบผ่านดวงตา ราวกับสิ่งที่มองอยู่มิใช่ศพ หากเป็นกองของโสโครกน่าคลื่นไส้
“สหายน้อยเซี่ย” เขากล่าวกับไป๋อิงอย่างไร้ความปรานี “คนเช่นนี้สมควรถูกฆ่าตั้งนานแล้ว ตายง่าย ๆ แบบนี้นับว่าถูกเกินไปด้วยซ้ำ คราวหน้าไม่ต้องออมมืออีก คนเช่นนี้อยากฆ่าก็ฆ่า ไยต้องหาเหตุผลด้วย?”
กล่าวจบ เขากวาดสายตามองผู้คนทั้งหมดในที่นั้นอย่างเย้ยหยัน ก่อนแค่นเสียงเย็นชาและปลดปล่อยแรงกดดันออกมาโดยไม่คิดไว้หน้าใคร
แรงกดดันอันกว้างใหญ่ดุจห้วงเหวลึกพลันโถมลงมา
รอบกายเจินเหรินทิงหลานเปล่งประกายสีทองอมม่วงจาง ๆ นั่นคือ “เกราะเทพเรืองแสง” อันเป็นเอกลักษณ์ของผู้บำเพ็ญครึ่งก้าวแปรเทพ
ชั่วพริบตา แผ่นหินเขียวตลอดทั้งถนนแตกร้าว รอยแยกมีไอเย็นแผ่ซึมออกมาเป็นสาย
ชาวบ้านที่ยืนมุงดูราวกับถูกฟ้าผ่า
ตะกร้าผักในมือหญิงชราระเบิดดังปัง ใบผักกลายเป็นผุยผงกลางอากาศ ส่วนบุรุษร่างกำยำกระดูกทั่วร่างส่งเสียงลั่นกรอบแกรบ เข่าทั้งสองข้างทรุดกระแทกพื้นอย่างมิอาจควบคุม จนแผ่นหินแตกร้าวเป็นใยแมงมุม เหล่าเด็กน้อยยังไม่ทันได้ส่งเสียงร้อง เลือดก็ไหลออกจากทวารทั้งเจ็ดก่อนหมดสติไป
หน้าต่างชั้นสองของโรงน้ำชาระเบิดแตกกะทันหัน พ่อค้าที่แอบดูอยู่ข้างในร่วงลงสู่ถนนราวกับเกี๊ยวหล่นจากหม้อ ไกลออกไป กระเบื้องเคลือบบนหอป้อมมุมกำแพงนครหลวงแตกกระจายเกลื่อนพื้น ขณะที่ทหารองครักษ์พิทักษ์วังล้มลงเป็นแถบประหนึ่งรวงข้าวถูกเคียวเกี่ยว
