รอยยิ้มบนใบหน้าประมุขสำนักฮวาหยางทำให้ผู้คนมากมายปักใจว่า ศิษย์ที่ได้รับมรดกสืบทอดผู้นั้นต้องเป็นหร่วนซินโหรวอย่างแน่นอน
ยิ่งก่อนเข้าร่วมการทดสอบ หร่วนซินโหรวจงใจแผ่แรงกดดันของขั้นแก่นทองเทียมออกมา ผู้คนมากมายจึงรู้ถึงพลังของนาง
ประมุขสำนักอื่น ๆ ต่างถอนหายใจเบา ๆ
“ดูท่าว่าจะเป็นหร่วนซินโหรวแห่งสำนักฮวาหยางจริง ๆ”
“เด็กสาวผู้นั้นอายุยังน้อยก็ฝึกฝนจนถึงขั้นแก่นทองเทียมแล้ว ไม่แปลกที่เซียนผู้ทรงเกียรติฝานเทียนจะเลือกนาง ดูท่าจงโจวคงจะมีบุคคลน่าหวาดหวั่นเพิ่มขึ้นอีกคน!”
“ช่างน่าอิจฉาจริง ๆ เหตุใดสำนักฮวาหยางจึงโชคดีนัก ถึงกับมีศิษย์เช่นนี้ หากได้รับมรดกสืบทอดของเซียนผู้ทรงเกียรติฝานเทียน ทั้งสำนักย่อมได้รับประโยชน์ไปด้วย!”
ทุกคนพากันเข้าไปแสดงความยินดีกับประมุขสำนักฮวาหยาง เมื่อได้ฟังคำยินดีซ้ำแล้วซ้ำเล่า เขาก็กล่าวอย่างถ่อมตนว่า “ก็ไม่แน่ว่าจะเป็นศิษย์สำนักเราหรอก อาจเป็นศิษย์จากสำนักอื่นก็ได้”
แม้ปากจะพูดเช่นนั้น แต่ในใจกลับยินดีอย่างที่สุด เพราะนอกจากหร่วนซินโหรวแล้ว เขาก็นึกไม่ออกว่าจะมีใครที่เข้าตาเซียนผู้ทรงเกียรติฝานเทียนได้อีก!
ก่อนหน้านี้สำนักของพวกเขาถูกสำนักหลิงเซียวกดหัวอยู่เสมอ ทั้งยังต้องมองตาปริบ ๆ ขณะสำนักหลิงเซียวมีอัจฉริยะอย่างมู่หรงจิ่น
แต่แม้แต่มู่หรงจิ่นก็ยังเปิดคลังมรดกสืบทอดไม่ได้! กลับเป็นหร่วนซินโหรวที่ได้รับมันไป!
เพียงคิดถึงเรื่องนี้ ประมุขสำนักฮวาหยางก็แทบตื่นเต้นจนอดใจไม่ไหว เขาอยากประกาศให้ทั่วหล้ารู้ในทันที!
