แววตาของไป๋อิงเย็นเยียบราวน้ำแข็ง คมกริบประหนึ่งคมมีดน้ำแข็งสองเล่มที่แทงทะลุวิญญาณผู้คนได้ในพริบตา เมื่อคนเหล่านั้นถูกสายตาของนางจับจ้อง ก็พลันพูดไม่ออก คนที่เอ่ยปากก่อนยิ่งตกใจจนหน้าซีดเผือด ริมฝีปากสั่นระริก เหงื่อเม็ดเล็กผุดขึ้นเต็มหน้าผาก
ไป๋อิงมองเขาด้วยแววตาเปี่ยมเจตนาร้าย
ก่อนหน้านี้ตอนอยู่สำนักฮวาหยาง นางไม่รู้ว่าต้องทนรับเจตนาร้ายเช่นนี้มากี่ครั้ง ไม่ว่านางจะทำอย่างไรก็ล้วนผิด และต้องถูกคนเหล่านี้ตำหนิทั้งสิ้น
ตอนนี้ก็ไม่ต่างกัน “ข้าลงมือก็ผิด ไม่ลงมือก็ผิด ในเมื่อไม่ว่าข้าจะทำอะไรก็ผิด เช่นนั้นหมายความว่าข้าจะทำอะไรก็ได้ใช่หรือไม่?”
นางบีบคอคนตรงหน้าแน่นขึ้น เสียง “กร๊อบ” ดังออกมาจากลำคอของเขา “แม้กฎจะห้ามฆ่าคน แต่ข้าทำให้เจ้าพิการได้”
ความเจ็บปวดรุนแรงทำให้ชายผู้นั้นตกใจจนปัสสาวะราด ของเหลวสีเหลืองส่งกลิ่นเหม็นฉุนหยดลงมาจากหว่างขา “ขออภัย ข้าผิดไปแล้ว! ได้โปรดไว้ชีวิตข้าด้วย!”
ไป๋อิงมองเขาด้วยความรังเกียจ ก่อนสะบัดมืออย่างแรงเหวี่ยงร่างเขาออกไป แรงกระแทกน่าสะพรึงกลัวทำให้กระดูกทั่วร่างหักในพริบตา เขานอนแผ่อยู่บนพื้นราวกับโคลนเหลว
แม้จะเจ็บปวดแสนสาหัส แต่ชายผู้นั้นกลับไม่กล้าร้องออกมาสักแอะ เพราะกลัวว่าไป๋อิงจะย้อนกลับมาฆ่าตนอีก
ผู้คนในที่นั้นเงียบกริบ ไม่มีใครกล้าเอ่ยปากแม้แต่คำเดียว
สีหน้าของกู้ชิงโจวยิ่งซีดเผือดและดูย่ำแย่ ในบรรดาคนที่เยาะเย้ยไป๋อิงเรื่องระดับการบำเพ็ญมากที่สุดเมื่อครู่ก็คือเขา ตอนนั้นเขายังไม่เข้าใจว่าเหตุใดไป๋อิงจึงปฏิเสธหยางอวี่
