ไป๋อิงดึงพลังจากพลังคลุ้มคลั่งออกมา เสริมพลังโจมตีของตนให้สูงขึ้นอีกครั้ง
รูม่านตาของบรรพชนฮวาหยางหดแคบ ใบหน้าเหี่ยวย่นปรากฏความตื่นตระหนกเป็นครั้งแรก
เดิมทีเขาคิดว่าไป๋อิงมีพลังต่อสู้สูงสุดแล้ว ทว่าบัดนี้พลังของคนรุ่นหลังผู้นี้กลับยังพุ่งทะยานขึ้นไม่หยุด! แรงกดดันดุจห้วงเหวและมหาสมุทร ทำให้แม้แต่มารเฒ่าผู้บำเพ็ญมานานนับพันปีอย่างเขายังแทบหายใจไม่ออก
“บัดซบ… ไอ้สารเลว!” บรรพชนฮวาหยางขบกรามแน่น เหงือกแทบมีเลือดซึม แววสังหารพลุ่งพล่านในดวงตา เขาจ้องไป๋อิงเขม็ง น้ำเสียงแหบพร่าและเย็นเยียบ “แท้จริงแล้ว… เจ้าเป็นตัวประหลาดอะไรกันแน่?”
แสงเย็นเยียบวาบผ่านดวงตาไป๋อิง นางตวาดเสียงเย็นชาว่า “ไปตายซะ!”
สิ้นเสียง เสียงคำรามของมังกรสะเทือนฟ้าก็ดังก้องไปทั่วเก้าชั้นฟ้า เกล็ดมังกรสีทองแผ่ขยายขึ้นตามสายลม กลายเป็นมังกรทองห้ากรงเล็บที่สมจริง เกล็ดทั่วร่างส่องประกายเย็นเยียบแสบตา พุ่งทะยานพร้อมอานุภาพทำลายฟ้าดินตรงเข้าใส่ลำคอของบรรพชนฮวาหยาง
ในเวลาเดียวกัน ไป๋อิงประสานมุทราด้วยมือซ้าย ตราประทับอัญเชิญอัสนีหมุนคว้างกลางอากาศ ชั่วพริบตา เมฆดำปกคลุมทั่วท้องฟ้า สายฟ้าเทพจื่อเซียวสีม่วงขนาดใหญ่เท่าถังน้ำฟาดผ่าลงมา แสงอัสนีเจิดจ้าส่องสว่างทั่วรัศมีร้อยลี้ราวกับกลางวัน
“พรวด!” ปราณคุ้มกายที่บรรพชนฮวาหยางเร่งเรียกออกมาแตกสลายทันที เลือดแก่นแท้ทะลักออกจากปาก
ร่างของเขาโซเซ กำลังจะใช้วิชาหลบหนี ทว่าไป๋อิงกลับสะบัดแขนเสื้อ กระถางกำยานสำริดโบราณใบหนึ่งพุ่งทะลุมิติมา กระถางกำยานขยายใหญ่ขึ้นตามสายลม ชั่วพริบตาก็มีขนาดมหึมาดุจขุนเขา อักขระโบราณที่สลักอยู่บนตัวกระถางทยอยส่องสว่าง แผ่แรงกดดันอันน่าสะพรึงที่ข่มสะเทือนฟ้าดิน
