แขนผอมแห้งราวท่อนไม้ของบรรพชนฮวาหยางยกขึ้นสูง เมื่อนิ้วทั้งห้ากางออก อากาศพลันปรากฏระลอกคลื่นประหลาด
เหล่าผู้บำเพ็ญที่ถูกควบคุมพลันตั้งท่าโจมตีพร้อมกันราวหุ่นเชิด ปลายกระบี่ ยันต์ และของวิเศษต่างหันเข้าหาไป๋อิงอย่างพร้อมเพรียง
แววตาของพวกเขาว่างเปล่า ราวกับวิญญาณถูกพลังไร้รูปร่างบางอย่างควบคุมไว้
“ไป๋อิง เจ้าไม่เก่งกาจนักหรือ?” เสียงของระบบที่เอ่ยผ่านปากบรรพชนฮวาหยางก้องกังวานดุจโลหะ ราวกับมีเสียงสองสายซ้อนทับกันพูดพร้อมกัน “ตอนนี้เจ้าจะทำอย่างไรเล่า?” ใบหน้าเหี่ยวย่นของบรรพชนฮวาหยางปรากฏรอยยิ้มบิดเบี้ยว “หากคิดจะสังหารข้า พวกเขาคงปกป้องข้าจนตัวตายเชียวล่ะ”
ปลายนิ้วของไป๋อิงสั่นระริก นางมองเห็นจุดแสงสีน้ำเงินเลือนรางตรงต้นคอด้านหลังของสหายได้อย่างชัดเจน นั่นคือเครื่องหมายที่ระบบใช้ควบคุมพวกเขา ปลายกระบี่ของฉีฮ่าวหยวนสั่นไม่หยุด ยันต์ในฝ่ามือของเซวียนหยวนเฉินกำลังลุกไหม้ ทว่าทั้งคู่ต่างหันสิ่งเหล่านั้นมาทางนาง
“น่าสงสารจริง ๆ” เสียงของระบบพลันอ่อนโยนลง ทว่ากลับยิ่งชั่วร้ายกว่าเดิม “ตั้งแต่แรก เจ้าก็ถูกข้าสูบค่าชะตาไป ใช้ชีวิตอย่างน่าเวทนา” ดวงตาขวาของบรรพชนฮวาหยางพลันฉายแสงข้อมูลชุดหนึ่ง นั่นเป็นสัญญาณว่าระบบกำลังควบคุมเขาอย่างล้ำลึก “ตอนนี้ คนกลุ่มที่เจ้าให้ความสำคัญที่สุดก็กำลังจะถูกข้าควบคุมอีก ฮ่า ๆ ๆ ๆ ชาตินี้เจ้ามีแต่ต้องถูกข้าสูบค่าชะตาจนหมด แล้วตายอย่างเดียวดายเท่านั้น!”
เวลานี้ระบบลำพองใจถึงขีดสุด
เมื่อครู่ ของวิเศษเกล็ดมังกรของไป๋อิงเกือบทำลายมันได้อยู่แล้ว มันต้องยอมเผาผลาญพลังต้นกำเนิดเพื่อรักษาชีวิตเฮือกสุดท้ายเอาไว้
